วันที่ 7: หลากหลายอารมณ์ในหนึ่งวัน จากเมืองมรดกโลก สู่ปราสาทเก่าแก่ และเมืองสปาไฮโซ

 

วันที่ 20 เมษายน 2554

 

นอนหลับกันเต็มอิ่มกับที่นอนอันแสนสบาย แถมนอนคนเดียวอีกต่างหาก ฮ่าๆ ก็ได้เวลาตื่นกันซะที พอดียังไม่ถึงเวลาอาหารเช้า ก็เลยเดินในเมืองไปรอบๆเก็บบรรยากาศของบ้านเรือนในยามเช้ากันหน่อย สีสันยามเช้านี้ดูแจ่ม สดใสจริงๆ แต่ถึงแม้จะเป็นยามเช้า ผู้คนในเมืองนี้ก็ยังไม่ค่อยพลุกพล่านอยู่ดี และพอประมาณแปดโมงก็ได้เวลาอาหารเช้าแล้ว พอมาถึงห้องอาหารก็พบกับความประทับใจกับห้องอาหารที่นี่กับบรรยากาศการจัดแต่งห้องอาหารที่นี่ ดูเล็กๆน่ารักตามสไตล์ยุโรปขนานแท้ ถึงแม้ว่าอาหารมื้อนี้จะน้อยไปหน่อย เพราะว่าไม่ใช่สไตล์บุฟเฟ่ต์และไม่มีเติมไม่อั้น แต่ก็อิ่มกับบรรยากาศความอบอุ่นของห้องอาหารที่นี่จริงๆ แถมเค้ายังเลี้ยงแมวน่ารักๆไว้หลายตัวเลย จึงเป็นตัวเอกของโรงแรมนี้ไปโดยปริยาย

 

Telc ยามเช้า...

Telc ยามเช้า...

Colorful Telc

Colorful Telc

Telc มุมกว้างๆ

Telc มุมกว้างๆ

อาหารเช้าในบรรยากาศอบอุ่น

อาหารเช้าในบรรยากาศอบอุ่น

... แต่น้อยไปหน่อย...

... แต่น้อยไปหน่อย...

น้องแมวน่ารัก...

น้องแมวน่ารัก...

Counter ในห้องอาหาร

Counter ในห้องอาหาร

อาหารเช้าเซ็ตจุ๋มจิ๋ม...

อาหารเช้าเซ็ตจุ๋มจิ๋ม...

ขนมปังอร่อยดีนะ

ขนมปังอร่อยดีนะ

น้องแมวอีกตัว แบ๊วๆ

น้องแมวอีกตัว แบ๊วๆ

 

หม่ำอาหารเช้าแล้ว ก็จัดแจงโยกย้ายชาวคณะไปยังจุดหมายต่อไปของการเดินทาง นั่นคือ Kutna Hora เป็นอีกหนึ่งในเมืองมรดกโลกของเช็ก เป็นเมืองเก่าแก่ของแคว้นโบฮีเมีย (Bohemia) มีสถานที่สำคัญๆมากมายรอให้ชาวคณะได้ไปเยี่ยมชมกันอยู่ โดยจุดหมายแรกที่เราจะไปแวะชมคือโบสถ์ St. Barbara โบสถ์สไตล์ Gothic ที่ได้รับให้เป็นมรดกโลกด้วย เป็นโบสถ์เก่าแก่โบสถ์หนึ่งที่ทั้งภายนอกและภายในสวยมาก ภายนอกรูปทรงแปลกตาดี เป็นยอดแหลมๆมากมาย ส่วนภายในก็มีทั้ง Stained Glass สวยๆ และรูปวาดตามฝาผนังโบสถ์สวยงามมากมาย แต่เสียดายที่คนสมัยก่อนไม่สามารถวาดให้เสร็จได้ จึงทำให้มีภาพวาดปรากฎอยู่แค่เพียงบางส่วนของโบสถ์เท่านั้น นี่ถ้าเค้าสามารถวาดได้จนเสร็จนี่คงจะเป็นความงดงามอลังการอย่างหนึ่งของโบสถ์นี้เลยก็เป็นได้

 

 

มาถึงแล้ว St. Barbara...

มาถึงแล้ว St. Barbara...

ด้านหน้าทางเข้า St. Barbara

ด้านหน้าทางเข้า St. Barbara

เสียค่าเข้าชมด้วยนะ 15 Kc.

เสียค่าเข้าชมด้วยนะ 15 Kc.

ตรงนี้เค้าเอาไว้สวดขอพร...

ตรงนี้เค้าเอาไว้สวดขอพร...

Stained Glass สวยๆ

Stained Glass สวยๆ

รูปปั้นในโบสถ์...

รูปปั้นในโบสถ์...

รูปปั้นพระเยซู...

รูปปั้นพระเยซู...

จิตรกรรมฝาผนังที่ไม่เสร็จ...

จิตรกรรมฝาผนังที่ไม่เสร็จ...

สวยงามอลังการจริงๆ

สวยงามอลังการจริงๆ

Last Supper

Last Supper

วาดไปจนถึงเพดานโบสถ์ด้วยนะ

วาดไปจนถึงเพดานโบสถ์ด้วยนะ

มุมเก๋ๆมุมหนึ่ง

มุมเก๋ๆมุมหนึ่ง

มุมกว้างๆภายในโบสถ์

มุมกว้างๆภายในโบสถ์

อีกมุมหนึ่งของ St. Barbara Kutna Hora

อีกมุมหนึ่งของ St. Barbara Kutna Hora

ฟ้าใสๆ เหมาะแก่การถ่ายรูปมาก

ฟ้าใสๆ เหมาะแก่การถ่ายรูปมาก

เค้าบอกว่า ตรงนี้จำลอง Charles Bridge ที่ Prague มาล่ะ

เค้าบอกว่า ตรงนี้จำลอง Charles Bridge ที่ Prague มาล่ะ

วิวของเมือง Kutna Hora

วิวของเมือง Kutna Hora

 

 

เสร็จจากการเดินชมโบสถ์ St. Barbara และบริเวณโดยรอบแล้ว ก็เดินต่อไปอีกภายในเมืองเพื่อชมจุดท่องเที่ยวอื่นๆภายในเมือง Kutna Hora กัน ไม่ว่าจะเป็นโบสถ์ St. James, โบสถ์ ST. JOHN OF NEPOMUK, PLAGUE COLUMN, STONE HOUSE, น้ำพุหิน (แต่เสียดายที่ตอนมาเค้ากำลังปิดปรับปรุง) ซึ่งถ้าจะให้เดินชมทั่วเมือง Kutna Hora จริงๆคงต้องใช้เวลาทั้งวันเป็นอย่างน้อยถึงจะสามารถเก็บความงามทุกจุดของเมืองนี้ได้หมด แต่เนื่องด้วยเวลาของเรามีไม่มาก จึงสามารถทำได้แค่เดินแวะชมตามจุดหลักๆเท่านั้นเอง แต่จุดต่างๆที่เราได้ไปแวะชมนั้นก็ถือว่าเป็น highlight ของเมืองได้แล้วล่ะ แม้ว่าจะไม่ได้เข้าไปภายในของโบสถ์ต่างๆได้อย่างครบถ้วนก็ตาม

 

 

ฝาท่อ Kutna Hora...

ฝาท่อ Kutna Hora...

บรรยากาศภายในเมือง Kutna Hora

บรรยากาศภายในเมือง Kutna Hora

เห็นดอกไม้สีเหลืองเป็นไม่ได้ ต้องถ่ายทุกที ฮ๋าๆๆ

เห็นดอกไม้สีเหลืองเป็นไม่ได้ ต้องถ่ายทุกที ฮ๋าๆๆ

แผนผังเมือง Kutna Hora แค่ปลายเท้า...

แผนผังเมือง Kutna Hora แค่ปลายเท้า...

ยอดโบสถ์ St. James

ยอดโบสถ์ St. James

Plague Column ที่ Square

Plague Column ที่ Square

ลวดลายสวยงามบนอาคาร...

ลวดลายสวยงามบนอาคาร...

แมวเหมียว...

แมวเหมียว...

Stone House

Stone House

แบบซูมๆ ของ Stone House

แบบซูมๆ ของ Stone House

Meter ที่จอดรถที่นี่...

Meter ที่จอดรถที่นี่...

โบสถ์สีชมพูสดใส...โบสถ์ St. John of Nepomuk...

โบสถ์สีชมพูสดใส...โบสถ์ St. John of Nepomuk...

โบสถ์ St. John of Nepomuk...

โบสถ์ St. John of Nepomuk...

ป้ายบอกทาง...

ป้ายบอกทาง...

 

 

หลังจากนั้นเราก็นั่งรถต่อไปอีกซักพักหนึ่งก็จะมาถึง Sedlec เมืองเล็กๆติดกับ Kutna Hora เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ขึ้นชื่อมากในเรื่องความแปลกของโบสถ์ที่นี่ ที่เค้าใช้โครงกระดูกของคนเป็นหมื่นคนในการตกแต่งภายในของโบสถ์แห่งนี้ อีกทั้งภายนอกยังเป็นสุสานของผู้เสียชีวิตอยู่ในบริเวณโดยรอบ ทำให้บรรยากาศของโบสถ์แห่งนี้ดูวังเวงน่ากลัวใช้ได้เลยทีเดียว แต่ไหนๆมาถึงแล้ว ไม่เข้าไปชมก็จะเป็นที่น่าเสียดายแม้ว่าจะปีชงก็ตาม จัดแจงซื้อตั๋วเข้าชมแล้วก็เข้าไปภายใน บรรยากาศภายในเย็นยะเยือกมาก มีโครงกระดูกคนตายมากมายประดับประดาอยู่ทั่วเลย แม้ว่าภายในจะเล็กๆแต่อัดแน่นไปด้วยโครงกระดูกคนตายอยู่มากมาย ที่สะดุดตาที่สุดคือ Chandelier ที่ทำด้วยกระดูกทั้งหมด ทำได้อย่างสวยงามบวกหลอนๆไปในขณะเดียวกัน และก็มีตราประจำตระกูล Schwarzenberg ที่ทำจากโครงกระดูกเช่นกัน ดูขลังมาก ถือว่าคุ้มมากกับการได้มาเห็นสิ่งแปลกๆที่ไม่น่าจะมีที่ไหนทำแบบนี้อีกแล้วล่ะมั้ง

 

 

มาถึงแล้ว Sedlec

มาถึงแล้ว Sedlec

บรรยากาศวังเวง...

บรรยากาศวังเวง...

โครงกระดูกทั้งน้าน...

โครงกระดูกทั้งน้าน...

รูปปั้นพระเยซู กับบรรยากาศวังเวงๆ

รูปปั้นพระเยซู กับบรรยากาศวังเวงๆ

Chandelier ก็ยังทำจากโครงกระดูกคนจริงๆ

Chandelier ก็ยังทำจากโครงกระดูกคนจริงๆ

ตราประจำตระกูลก็ทำจากโครงกระดูก...

ตราประจำตระกูลก็ทำจากโครงกระดูก...

มีเทวดาตัวน้อยๆอยู่ท่ามกลางโครงกระดูก

มีเทวดาตัวน้อยๆอยู่ท่ามกลางโครงกระดูก

ภายนอกของโบสถ์...

ภายนอกของโบสถ์...

 

 

ผ่านจากความวังเวงของ Sedlec แล้ว ก็นั่งรถกันต่อไปอีก เพื่อไปเยี่ยมชมอีกหนึ่งปราสาทดังของเช็กกัน นั่นคือ Kalstejn ปราสาทที่อยู่บนยอดเขาเลย เป็นหนึ่งในหลายๆปราสาทของเช็กที่นักท่องเที่ยวชอบมาเที่ยวที่นี่กัน ซึ่งปราสาทนี้เป็นปราสาทสไตล์ Gothic ขนาดใหญ่ เป็นที่เก็บทรัพย์สมบัติมีค่าของราชวงศ์ การเดินทางไปยังปราสาท Kalstejn นั้นต้องเดินขึ้นเขากันหลายกิโลเลยทีเดียว แต่ดีตรงที่ว่าสองข้างทางนั้นมีของขายมากมาย เป็นซอยละลายทรัพย์เลยก็ว่าได้ ไม่ว่าจะของกินของที่ระลึกต่างๆ เรียกเงินจากชาวคณะและเราไปได้หลายเลยทีเดียว แต่ว่าพอไปถึงตัวปราสาท เราก็ได้แค่ยืนถ่ายรูปแค่ตรงด้านนอก เพราะว่าไม่ได้เข้าไปด้านในอีกเช่นเคย จากนั้นก็เดินลงเขากลับมาไปยังรถเพื่อเดินทางต่อไปยังเมืองต่อไปคือ Karlovy Vary เมืองแห่งน้ำแร่สปาอันดับหนึ่งของเช็กนั่นเอง

 

 

ร้านขายของข้างทางไปยังปราสาท Kalstejn

ร้านขายของข้างทางไปยังปราสาท Kalstejn

พ่อค้าขาย Crepe

พ่อค้าขาย Crepe

ซื้อน้ำหกขวดแถมเครปชิ้นนึง.... น้ำแพงมากๆ

ซื้อน้ำหกขวดแถมเครปชิ้นนึง.... น้ำแพงมากๆ

มีรถม้าพาขึ้นไปบนปราสาทด้วยนะ

มีรถม้าพาขึ้นไปบนปราสาทด้วยนะ

ถ้วยลายสวยๆของที่นี่

ถ้วยลายสวยๆของที่นี่

รองท้องกันด้วยฮอทดอกคนละอัน

รองท้องกันด้วยฮอทดอกคนละอัน

มาถึงด้านบนปราสาทกันแล้ว...

มาถึงด้านบนปราสาทกันแล้ว...

เห็นวิวของเมืองจากมุมสูงด้วย

เห็นวิวของเมืองจากมุมสูงด้วย

ป้อมปราการ Kalstejn

ป้อมปราการ Kalstejn

ถ่ายได้แค่นี้แหละ ไม่ได้เข้าไปข้างในปราสาท

ถ่ายได้แค่นี้แหละ ไม่ได้เข้าไปข้างในปราสาท

ระหว่างทางลงจากปราสาท...

ระหว่างทางลงจากปราสาท...

ตุ๊กตาน่ารักดี...

ตุ๊กตาน่ารักดี...

Bohemia Crystal

Bohemia Crystal

ร้านรวง กับ ปราสาท Kalstejn

ร้านรวง กับ ปราสาท Kalstejn

นาฬิกาสวยๆมากมาย

นาฬิกาสวยๆมากมาย

แชะภาพหมู่ ณ Kalstejn

แชะภาพหมู่ ณ Kalstejn

ระหว่างทางไป Karlovy Vary

ระหว่างทางไป Karlovy Vary

เหลืองอร่ามสวยงามจัง...

เหลืองอร่ามสวยงามจัง...

ถนนโล้งโล่ง...

ถนนโล้งโล่ง...

แวะซื้อสตรอเบอรี่ยักษ์ระหว่างทาง...

แวะซื้อสตรอเบอรี่ยักษ์ระหว่างทาง...

พระอาทิตย์กำลังคล้อยต่ำ...

พระอาทิตย์กำลังคล้อยต่ำ...

 

 

มาถึง Karlovy Vary ก็ค่ำแล้ว พอถึงก็จัดแจงนำสัมภาระเข้าเก็บที่ห้องที่โรงแรม Hotel Romania (ถ้าจำไม่ผิด) ดีที่โรงแรมนี้มีลิฟต์ จึงไม่ลำบากในการขนสัมภาระขึ้นชั้นบน แต่ลิฟต์ที่นี่เท่มาก ออกแนวๆโบราณๆดีแท้ มีประตูไม่อัตโนมัติด้วยอะ ปกติเคยเห็นแต่ลิฟต์ที่ประตูเปิดเองอัตโนมัติ แต่ที่นี่มีกลอนประตูลิฟต์ด้วย ฮ่าๆ

 

จัดแจงเก็บข้าวของแล้ว ก็ลงมาเดินเล่นรอบเมืองชมบรรยากาศ Karlovy Vary ยามค่ำคืน เมืองนี้ดูเป็นเมืองไฮโซมากจากที่ได้เห็นตึกราบ้านช่อง และโรงแรมต่างๆออกแบบอย่างหรูหรามาก และมีโรงแรมไฮโซสุดหรูชื่อว่า Pupp Hotel ที่เก่าแก่ที่สุดอยู่ที่เมืองนี้นั่นเอง เดินวนชมความไฮโซของเมืองนี้ยามค่ำคืนกันพอประมาณ ก็หิวแล้ว จึงแวะหาอะไรหม่ำกันก่อนนอน ก็ได้มาแวะที่ร้านอาหารใกล้ๆโรงแรม Paradiso สั่งอาหารกันอย่างเต็มคราบมาก กินกันจนแน่นท้องสุดๆ เคล้ากับเสียงเพลงของนักร้อง (แต่ฟังไม่รู้เรื่อง เพราะไม่รู้ว่าร้องเป็นภาษาอะไร ฮ่าๆ) และไวโอลิน ไฮโซจริงๆ ก่อนที่จะกลับโรงแรมไปกินสตรอเบอรี่ยักษ์หวานอร่อยที่แวะซื้อระหว่างทางมายัง Karlovy Vary นี่ล่ะ ลูกใหญ่มากมายและหวานด้วย กินอิ่มนอนหลับกันอย่างมีความสุข

 

Open Air Lobby หน้าโรงแรม...

Open Air Lobby หน้าโรงแรม...

ตึกราบ้านช่องอันแสนไฮโซ...

ตึกราบ้านช่องอันแสนไฮโซ...

กระจกทะลุมิติ อิอิ..

กระจกทะลุมิติ อิอิ..

ดึกแล้ว ก็ยังมีผู้คนเดินไปมาอยู่เลย

ดึกแล้ว ก็ยังมีผู้คนเดินไปมาอยู่เลย

แม่น้ำกลางเมือง Karlovy Vary...

แม่น้ำกลางเมือง Karlovy Vary...

ตู้โทรศัพท์สาธารณะเค้าเก๋ดีเนอะ

ตู้โทรศัพท์สาธารณะเค้าเก๋ดีเนอะ

กลางคืนแล้ว เลยถ่ายรูปยากนิดนึง คนเบลอเลย...

กลางคืนแล้ว เลยถ่ายรูปยากนิดนึง คนเบลอเลย...

Paradiso Restaurant

Paradiso Restaurant

น้ำเปล่าอันแสนแพง

น้ำเปล่าอันแสนแพง

สลัดกินคู่กับแป้งพิซซ่า...

สลัดกินคู่กับแป้งพิซซ่า...

สปาเก็ตตี้ทะเล อร่อยมากก

สปาเก็ตตี้ทะเล อร่อยมากก

สเต็กเนื้อ อันนี้ตอนใหม่ๆก็อร่อย แต่พอเย็นแล้วเหนียวเลย

สเต็กเนื้อ อันนี้ตอนใหม่ๆก็อร่อย แต่พอเย็นแล้วเหนียวเลย

ขาหมูเยอรมัน อร่อยนุ่มมาก

ขาหมูเยอรมัน อร่อยนุ่มมาก

สตรอเบอรี่ก่อนนอน..

สตรอเบอรี่ก่อนนอน..

 

 

Review: ร้านอาหารญี่ปุ่น Toyo Ichiban (โตโยอิจิบัง)

 

พักเบรคจากการไปเดินทางไปยังเช็กไว้ชั่วคราว แล้วกลับมาหาร้านอาหารอร่อยๆมารีวิวกันดีกว่า

 

เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาได้มีโอกาสไปร้านอาหารญี่ปุ่นในตำนานร้านหนึ่ง ของประเทศไทย นั่นคือ Toyo Ichiban (โตโยอิจิบัง) ซึ่งเปิดมานานกว่าสิบปีแล้วได้มั้ง เพราะว่าจำได้ว่าเมื่อสมัยก่อนร้านนี้ได้ข่าวว่าเป็นร้านอาหารญี่ปุ่นแบบบุฟเฟ่ต์ที่มีชื่อมาก เห็นออกโฆษณาตามสื่อต่างๆมากมายจนตอนเด็กๆก็อยากจะไปลองกินเหมือนกันนะ แต่ก็ไม่ได้มีโอกาสไปซะที จนวันนี้ได้มีโอกาสไปกินกันเนื่องในโอกาสเลี้ยงส่งพื่น้องที่ทำงานเก่าจะมีอันต้องลาจากที่ทำงานกันแล้ว เลยมาฉลองเลี้ยงส่ง Farewell ปาร์ตี้กันที่นี่ล่ะ

 

ว่ากันด้วยร้าน Toyo Ichiban นั้น จัดว่าเป็นร้านอาหารบุฟเฟ่ต์นานาชาติ ที่เน้นไปทางอาหารญี่ปุ่นซะเป็นส่วนใหญ่ โดยมีไลน์อาหารจัดเรียงไว้เป็นหมวดหมู่อย่างชัดเจน ทั้งไลน์อาหารญี่ปุ่นจำพวก Sushi, Sashimi ก็จะจัดไว้อยู่โซนนึง พวก Teppan ก็จะจัดไว้อีกโซนนึง แต่ว่าเรื่องการจัดการของสถานที่นั้น จากความคิดเห็นส่วนตัวนั้นยังทำได้ไม่ค่อยดีนัก เวลาไปเดินหยิบอาหารนี่แทบจะเดินชนกันเลยทีเดียว โดยเฉพาะโซนที่เป็นพวกซูชินั้นค่อนข้างจะแคบและมีทางเดินเข้าถึงอาหารแค่ทางเดียว ทำให้มีโอกาสเบียดเสียดชนกันได้เป็นอย่างมาก น่าจะมีการปรับปรุงผังของโต๊ะและเก้าอี้ของแขกเสียใหม่น่าจะทำให้มีพื้นที่ในการเดินได้สะดวกขึ้น

 

ไลน์อาหารญี่ปุ่น ... แคบไปนิดนึงนะ

ไลน์อาหารญี่ปุ่น ... แคบไปนิดนึงนะ

 

มาว่าถึงเรื่องของอาหารกันบ้าง ความหลากหลายของอาหารนั้นจัดอยู่ในระดับที่ดีเลยทีเดียว มีอาหารให้เลือกชิมกันมากมายอย่างไม่อั้น แต่สำหรับคอปลาดิบหรือซูชินั้น อาจจะผิดหวังกันบ้าง เพราะว่าไม่ได้มีหน้าหลากหลายเท่าที่ควร มีแค่แซลมอน ไข่หวาน ปูอัด ปลาซาบะ แคลิฟอร์เนียมากิ และอื่นๆอีกเล็กน้อยก็หมดแล้ว แถมข้าวปั้นนั้นปริมาณของข้าวนั้นค่อนข้างเยอะมาก ทำให้กินได้ไม่เยอะเท่าไหร่ แต่ส่วนของ Teppan นั้นใช้ได้เลยทีเดียว มีของให้เลือกกินกันมากมาย แถมยังมีกุ้งแม่น้ำเผาให้กินกันได้อย่างไม่อั้นด้วย และก็ยังมีพวกเนื้อวัว เนื้อหมู เนื้อไก่ เนื้อปลาแซลมอน ผักต่างๆ รอให้เลือกหยิบกันได้อย่างตามใจชอบกันไปเลย

 

ซูชิ... หน้าน้อยไปหน่อยอะนะ

ซูชิ... หน้าน้อยไปหน่อยอะนะ

ปลาดิบก็มีแค่แซลมอน... กับปลาซาบะและอื่นๆอีกเล็กน้อย

ปลาดิบก็มีแค่แซลมอน... กับปลาซาบะและอื่นๆอีกเล็กน้อย

กุ้งแม่น้ำเผา... นี่เลยทีเด็ด

กุ้งแม่น้ำเผา... นี่เลยทีเด็ด

รวมมิตร

รวมมิตร

มีบาร์บีคิวด้วย

มีบาร์บีคิวด้วย

เทปันยากิเนื้อวัว เนื้อหมู แซลมอนและอื่นๆ

เทปันยากิเนื้อวัว เนื้อหมู แซลมอนและอื่นๆ

 

ถัดไปก็ยังมีไลน์ของพวกติ่มซำ ทั้งซาลาเปา ขนมจีบหมู จีบกุ้ง ฮะเก่า รสชาติก็ใช้ได้อยู่ ถัดไปก็จะมีพวกของทอดต่างๆ ทั้งหอยจ้อ ปอเปี้ยะ ปีกไก่ ทาโกะยากิ และอื่นๆอีกมากมายหลายอย่างซึ่งกินไม่หวาดไม่ไหว และยังมีอีกมุมหนึ่งที่ไม่ได้ไปใช้บริการคือ “ชาบู” แต่ดูแล้วก็ไม่ค่อยน่ากินเท่าไหร่ เห็นหนักไปทางผัก กับเนื้อหมูกับลูกชิ้นเล็กน้อย อ้อ ชาบูที่นี่เค้าจะลวกให้เราแล้วตักใส่ชามให้นะ ไม่ใช่เรามานั่งลวกๆกันเอง อาจจะไม่ค่อยได้บรรยากาศอย่างที่เราคุ้นเคยเท่าไหร่นะ

 

ปอเปี๊ยะกุ้ง กับ หอยจ้อ

ปอเปี๊ยะกุ้ง กับ หอยจ้อ

ปูผัดผงกะหรี่

ปูผัดผงกะหรี่

เทมากิ

เทมากิ

กุ้งเทมปุระ

กุ้งเทมปุระ

ปลากะพงทอดกระเทียม

ปลากะพงทอดกระเทียม

ติ่มซำ

ติ่มซำ

 

ส่วนของหวานนั้น มีทั้งไอศครีมหลายหลายรสไว้บริการ และมีสลัดบาร์เล็กๆไว้รองรับสำหรับคนอยากทานผักหรือผลไม้ และยังมีเมนูข้าวเหนียวมะม่วงเป็นของหวานให้เลือกทานได้ด้วยนะ

 

วุ้น

วุ้น

ไอศกรีมหลากรส แถมใส่เครื่องได้ไม่อั้น

ไอศกรีมหลากรส แถมใส่เครื่องได้ไม่อั้น

 

ในเรื่องราคานั้น ถือว่าไม่แพงอย่างที่คิด ถ้าเทียบกับความหลากหลายของอาหารแล้ว ราคาเพียง 4XX บาทต่อหัวเท่านั้นในเวลากลางวัน และ 5XX บาทสำหรับมื้อเย็น ซึ่งมื้อกลางวันจะนั่งได้ตั้งแต่ 11.30 – 14.00 แต่ถ้าเป็นมื้อเย็นก็เริ่มตั้งแต่ 17.30 – 22.00 โดยประมาณ (ที่ไม่สามารถระบุเป็นราคาที่แน่นอนได้เนื่องจากมื้อนี้ใช้บัตรลดบวกกับตอนนี้ทางร้านมีโปรโมชั่นมา 5 จ่าย 4 สำหรับวันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ ทำให้จ่ายเพียงคนละประมาณสี่ร้อยกว่าบาทเท่านั้น)

 

การเดินทางก็มาได้ง่ายมาก อยู่เส้นพระราม 3 ใกล้ๆธนาคารกรุงศรีฯ ถ้ามาจากอโศก ก็ตรงมาจากอโศกเรื่อยๆเลย จะอยู่แถวพระราม 3 ซอย 30 อยู่ใน area ที่เรียกว่า “บางกอกสแควร์” หาได้ไม่ยาก ที่จอดรถก็สามารถจอดรถตรงหน้าร้านได้เลย จอดได้หลายคันอยู่เหมือนกันนะ ไม่เสียค่าที่จอดคร้าบ

 

โดยรวมเป็นร้านอาหารบุฟเฟ่ต์ที่ราคาไม่แพงเมื่อเทียบกับความหลายหลายของอาหาร แต่ถ้าคนที่เน้นอาหารญี่ปุ่นจำพวกปลาดิบหรือซูชิแล้วอาจจะผิดหวังเล็กน้อยกับความหลากหลายของอาหารญี่ปุ่นที่น้อยไปนิดนึง แต่ถ้าถัวไปกับความหลากหลายของอาหารประเภทอื่นแล้ว ก็ถือว่าเป็นทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจไม่น้อยเลยทีเดียว

 

 

วันที่ 6 – ตะลอนทัวร์ทั่วเช็ก จาก Cesky Krumlov … ล่องขึ้นตอนกลางไป Hluboka … หลับนอนที่ Telc … (ตอนที่ 2)

 

ต่อจากตอนที่แล้ว…

 

เดินกันจนหมดแรงเนื่องจากแดดร้อนมาก ก็ได้เวลาอำลา Cesky Krumlov แล้ว จุดหมายต่อไปคือจะไป Hluboka เพื่อแวะชม Hluboka Castle หรืออีกชื่อว่า “ปราสาทเจ้าหญิง” กัน แต่ก่อนจะไปถึง เราก็ได้แวะพักหาอะไรรองท้องกันก่อนที่เมือง Cesky Budejovice ก่อน เมืองนี้ก็ไม่มีอะไรมากเท่าไหร่ มี Square ใหญ่มากๆเป็นที่รวบรวมร้านค้าต่างๆมากมาย และวันนี้เค้าก็มีการจัดงานอะไรซักอย่างคล้ายๆวิ่งมาราธอนหรืออะไรนี่แหละ ทำให้บดบังทัศนียภาพของ Square นี้ไปเยอะเลย แถมอากาศวันนี้ก็ร้อนได้ใจมาก แทบจะละลายกันไปเลยทีเดียว จนต้องหลบแวะหาขนมปังรองท้องที่ร้านเบเกอรี่ร้านหนึ่ง จะบอกว่าขนมอร่อยมากแทบทุกอย่างเลย แถมมีขนมพื้นเมืองของเช็กที่มาแล้วควรจะลองชิมคือขนมปังที่โรยด้วยเกสรของดอก Mustard ที่เป็นสีเหลืองๆที่อยู่สองข้างทางที่เราไปถ่ายรูปกันบ่อยๆ รสชาติก็หวานๆแปลกๆดี แต่เค้าว่ากันวันดอก Mustard นี่ก็คล้ายๆดอกฝิ่น แล้วที่กินไปนี่เราจะติดเหมือนยาเสพติดมั้ยนะ ฮ่าๆๆ

 

มาถึงแล้ว Cesky Budejovice

มาถึงแล้ว Cesky Budejovice

Square โดนปิด มาจัดงานอะไรกันเนี่ย

Square โดนปิด มาจัดงานอะไรกันเนี่ย

อารมณ์ก็น่าจะคล้ายๆสยามสแควร์บ้านเราล่ะมั้ง

อารมณ์ก็น่าจะคล้ายๆสยามสแควร์บ้านเราล่ะมั้ง

ขอมีส่วนร่วมด้วย อิอิ

ขอมีส่วนร่วมด้วย อิอิ

ตึกราบ้านช่องหลากหลายสีสันจริงๆ

ตึกราบ้านช่องหลากหลายสีสันจริงๆ

สีสันลูกกวาดจริงๆ

สีสันลูกกวาดจริงๆ

ร้านขนมร้านนี้แหละ Pekarna Rolo

ร้านขนมร้านนี้แหละ Pekarna Rolo

ขนมปังหน้าเนื้อ อร่อยดีเหมือนกันนะ

ขนมปังหน้าเนื้อ อร่อยดีเหมือนกันนะ

ขนมปังอร่อยๆมากมาย...

ขนมปังอร่อยๆมากมาย...

 

รองท้องกันเรียบร้อยแล้ว ก็นั่งรถต่อกันไปอีกซักพัก เราก็มาถึง Hluboka แล้ว แต่เราคงไม่ได้เข้าไปชมภายในปราสาทนะ เพราะว่าอยู่นอกโปรแกรมทัวร์ของเรา ก็เอาเป็นว่าแค่ชมความงามภายนอกโดยรอบก็แล้วกัน ทางขึ้นไปชมปราสาท Hluboka นั้น ขอบอกได้ว่าชันมาก ขึ้นเขากันอีกแล้ว เดินกันเป็นกิโลได้ แต่ดีหน่อยที่ถนนดี ไม่ขรุขระเป็นตะปุ่มตะป่ำ เดินประมาณสิบกว่านาทีก็มาถึงแล้วปราสาท Hluboka เป็นปราสาทสีขาวตั้งเด่นเป็นสง่าตัดกับสวนสวยๆอยู่ด้านหน้า เนื่องจากความสวยงามของตัวปราสาทเองและบริเวณโดยรอบจึงทำให้เป็นสถานที่ที่เค้านิยมมาจัดงานแต่งงานกันที่นี่ (มีโรงแรมหรูๆอยู่ใกล้ๆปราสาทเอาไว้เป็นที่จัดเลี้ยง แต่เค้ามาถ่ายภาพกันบริเวณปราสาทกัน) หรือไม่ก็มาถ่ายหนังที่เกี่ยวกับอัศวินอะไรทำนองนั้นกัน

 

ประตูหน้าบ้านใครก็ไม่รู้ แต่เป็นทางขึ้นไปยังปราสาท Hluboka

ประตูหน้าบ้านใครก็ไม่รู้ แต่เป็นทางขึ้นไปยังปราสาท Hluboka

ป้ายนี้ หมายความว่าอะไร???

ป้ายนี้ หมายความว่าอะไร???

มาถึงแล้ว ปราสาทเจ้าหญิง!!

มาถึงแล้ว ปราสาทเจ้าหญิง!!

สวยงามจริงๆ ดูสะอาดสะอ้านมาก

สวยงามจริงๆ ดูสะอาดสะอ้านมาก

พี่ตู่ กับ ปราสาทเจ้าหญิง

พี่ตู่ กับ ปราสาทเจ้าหญิง

โคมไฟยังดูอลังการเลย

โคมไฟยังดูอลังการเลย

กลอนประตู ไม่ใช่แค่สวย แต่มีความหมายด้วยนะ

กลอนประตู ไม่ใช่แค่สวย แต่มีความหมายด้วยนะ

แต่ที่นี่แปลก ชอบประดับด้วยหัวกวาง

แต่ที่นี่แปลก ชอบประดับด้วยหัวกวาง

ภายในโอ่อ่า อลังการมาก แต่ไม่ได้เข้าไปภายในตัวปราสาทนะ

ภายในโอ่อ่า อลังการมาก แต่ไม่ได้เข้าไปภายในตัวปราสาทนะ

และแล้วก็เมือย...

และแล้วก็เมือย...

... แต่พอได้นั่งก็ยิ้มกันออก ฮ่าๆๆ

... แต่พอได้นั่งก็ยิ้มกันออก ฮ่าๆๆ

มีแรงออกไปขี่แพะได้ ฮ่าๆๆ

มีแรงออกไปขี่แพะได้ ฮ่าๆๆ

ตบท้ายด้วยไอติมสองรสควบ

ตบท้ายด้วยไอติมสองรสควบ

แต่มันดูเหี่ยวๆไปหน่อยอะนะ

แต่มันดูเหี่ยวๆไปหน่อยอะนะ

 

ชมความงามกันโดยรอบแล้ว ก็ได้เวลาที่จะไปยังจุดหมายต่อไปคือเมือง Telc เมืองมรดกโลกอีกเมืองหนึ่งของเช็กกัน ซึ่งคืนนี้เราก็จะพักกันที่เมืองนี้แหละ ซึ่งนั่งรถต่อจาก Hluboka ก็ไม่นานมากนักเราก็จะมาถึง Telc แล้ว

สัมผัสแรกของการมาเยือน Telc คือ เมืองนี้ เล็กมากๆ เดินเป็นเส้นตรงจากหัวถนนจนสุดถนนก็สามารถเดินครบทั้งเมืองแล้ว แต่ความโดดเด่นของเมืองนี้คือเค้าอนุรักษ์สภาพแวดล้อมและตึกราบ้านช่องที่เป็นทรงเช็กแท้ๆ ซึ่งหน้าทรงของบ้านจะเท่าๆกันหมดเลย สลับสีสันกันอย่างสวยงามดีแท้ และยังคงความเงียบสงบของการดำรงชีวิตแบบเรียบๆกันไว้ได้อย่างดี แต่ก่อนจะมาสัมผัสแบบเต็มๆ เราก็ Check In เข้าโรงแรมกันก่อน ซึ่งโรงแรมที่นี่ก็เล็กๆ แต่ตกแต่งได้อย่างสวยงามมาก แต่ละห้องตกแต่งได้อย่างน่ารักสวยงามตามสไตล์ยุโรปจริงๆ แต่เนื่องจากเป็นโรงแรมเล็ก ทำให้ไม่มีลิฟท์ ก็ต้องลำบากในการแบกกระเป๋าขึ่นไปยังห้องกันอีกแล้ว ฮ่าๆๆ

 

ห้องหับดูน่ารักจริงๆ

ห้องหับดูน่ารักจริงๆ

ทีวีนี่ ยังแบบโบราณเลย

ทีวีนี่ ยังแบบโบราณเลย

Chandeliers เก๋มากๆ

Chandeliers เก๋มากๆ

พวงกุญแจก็ดูคลาสสิคดีจัง

พวงกุญแจก็ดูคลาสสิคดีจัง

มี Chocolate แจกให้ด้วยสองเม็ด

มี Chocolate แจกให้ด้วยสองเม็ด

บันไดที่นี่ ระบบไฟตรงทางเดินก็เปิดปิดอัตโนมัติเช่นกัน

บันไดที่นี่ ระบบไฟตรงทางเดินก็เปิดปิดอัตโนมัติเช่นกัน

 

เก็บสัมภาระเรียบร้อยแล้ว ก็ได้เวลาลงมาถ่ายรูปเก็บบรรยากาศโดยรอบของเมืองในตอนพลบค่ำกัน เงียบมากๆจริงๆ แทบจะไม่มีใครเดินเลย แต่ก็ดี ถ่ายรูปได้อย่างเป็นอิสระดี พอถ่ายรูปกันซักพัก ก็ได้เวลาอาหารเย็นกันแล้ว ซึ่งมื้อเย็นนี้ ชาวคณะก็จะไม่ต้องกินมาม่ากันแล้ว เพราะว่าเราจะมาเปิบพิซซ่าเจ้าอร่อยของเมืองนี้กัน ภายในตกแต่งได้อย่างเก๋มาก แถมคนแน่นร้านมาก นี่ถ้าไม่จองก่อนคงอดกินแหงๆ พิซซ่าที่นี่ก็อร่อยมาก เป็นพิซซ่าสไตล์เช็กแท้ๆเลย สั่งสามสามถาดสามหน้า อร่อยหมดทุกหน้า กินกันจนอืดเลยทีเดียว และพอหนังท้องตึง หนังตาก็หย่อน ชาวคณะก็แยกย้ายกันกลับห้องไปนอนตีพุงกันอย่างเปรมปรีดิ์

 

บรรยากาศเงียบสงบยามเย็นของ Telc

บรรยากาศเงียบสงบยามเย็นของ Telc

Silhouette in Telc

Silhouette in Telc

บ้านทรงเท่าๆกันหมดเลย

บ้านทรงเท่าๆกันหมดเลย

Column ตรง Telc Square

Column ตรง Telc Square

มีที่วิดน้ำด้วย?!

มีที่วิดน้ำด้วย?!

นอกจากจะทรงเท่าๆกัน สีสันก็ยังสวยสดใสอีกต่างหาก

นอกจากจะทรงเท่าๆกัน สีสันก็ยังสวยสดใสอีกต่างหาก

ยามพลบค่ำใน Telc

ยามพลบค่ำใน Telc

Background มันช่างเหมาะแก่การถ่ายรูปอย่างยิ่ง

Background มันช่างเหมาะแก่การถ่ายรูปอย่างยิ่ง

รวมชาวคณะกันหน่อย

รวมชาวคณะกันหน่อย

ตากล้องขอแจมด้วยคน

ตากล้องขอแจมด้วยคน

เรียงรายกันสวยงามจริงบ้านเรือนของเค้า

เรียงรายกันสวยงามจริงบ้านเรือนของเค้า

ภายในร้านพิซซ่าชื่อด้งของ Telc

ภายในร้านพิซซ่าชื่อด้งของ Telc

ตกแต่งดูแปลกตาดี

ตกแต่งดูแปลกตาดี

ระหว่างรอสั่งอาหาร

ระหว่างรอสั่งอาหาร

เมนูของคาว กับเมนูของหวาน

เมนูของคาว กับเมนูของหวาน

ที่รองแก้วกับน้ำเปล่าอันแสนแพง

ที่รองแก้วกับน้ำเปล่าอันแสนแพง

พิซซ่าสไตล์เช็ก

พิซซ่าสไตล์เช็ก

หน้า Seafood

หน้า Seafood

หน้าผักโขม

หน้าผักโขม

หน้า Hawaii

หน้า Hawaii

 

 

วันที่ 6 – ตะลอนทัวร์ทั่วเช็ก จาก Cesky Krumlov … ล่องขึ้นตอนกลางไป Hluboka … หลับนอนที่ Telc … (ตอนที่ 1)

 

วันที่ 19 เมษายน 2554


นอนหลับ แต่ไม่ค่อยเต็มอิ่ม แต่ก็ต้องตื่นแล้ว เพราะว่าวันนี้มีโปรแกรมแน่นเอี้ยดรอคอยเราอยู่ ก็จัดแจงทำภารกิจส่วนตัวกันให้เรียบร้อยแล้วก็ลงไปหม่ำอาหารเช้ากัน ห้องอาหารของโรงแรมนี้เป็นห้องเล็กๆ นั่งได้ไม่กี่โต๊ะ แถมแต่ละโต๊ะก็ขนาดเล็กๆ นั่งแบบหดๆตัวหน่อยก็พอนั่งกันได้ล่ะ ฮ่าๆ ส่วนเมนูก็เหมือนๆเดิมกับตอนที่อยู่ออสเตรีย ไม่ว่าจะเป็นไส้กรอก แฮม ชีส ก็จัดกันไปให้เต็มคราบ แต่แสงไฟสีส้มๆของห้องอาหารที่นี่ทำให้อาหารน่ากินดูเจริญอาหารขึ้นมาทันที ฮ่าๆ

 

ขนมปังที่นี่เค้าอร่อยดีนะ ไม่แข็งเหมือนที่ออสเตรีย

ขนมปังที่นี่เค้าอร่อยดีนะ ไม่แข็งเหมือนที่ออสเตรีย

ไส้กรอกก็อร่อยดี มาถึงถิ่นต้องกินเยอะๆ

ไส้กรอกก็อร่อยดี มาถึงถิ่นต้องกินเยอะๆ

จัดไปเต็มๆ...

จัดไปเต็มๆ...

เติมกันไปหลายรอบ ถูกใจๆ

เติมกันไปหลายรอบ ถูกใจๆ

 

หนังท้องตึงกันแล้วก็ได้เวลาเดินเยี่ยมชม Cesky Krumlov ในตอนกลางวันกันอีกแล้ว แต่สีสันของตอนกลางวัน จะให้อารมณ์ส้มๆกันอย่างสดใสจริงๆ ทำให้สามารถเก็บรายละเอียดในส่วนต่างๆของเมืองได้มากกว่าช่วงเย็นกันพอสมควร เส้นทางการเดินทางนั้นก็เดินคล้ายๆกับที่เดินเมื่อวานในตอนเย็น แต่จะมีแวะไปตามเส้นทางบางจุดที่เมื่อวานไม่ได้แวะไปเพื่อไปเก็บวิวสวยๆกันหน่อย และเมื่อมาถึงปราสาท Cesky Krumlov แล้ว วันนี้ก็จะไม่พลาดที่จะเข้าไปชมบรรยากาศภายในของปราสาทกัน แต่ก็เป็นที่น่าเสียดายที่เค้าไม่อนุญาตให้ถ่ายรูปกันอีกแล้ว เลยอดเก็บภาพมาเลย แต่ว่าภายในก็ไม่ค่อยสวยงามวิจิตรอลังการเหมือนที่ Schonbrunn หรือ Sisi ที่เราได้ไปชมกันมา

 

บรรยากาศบ้านนอกของยุโรปตะวันออก

บรรยากาศบ้านนอกของยุโรปตะวันออก

ท้องฟ้าสดใส สีสันต่างๆก็เลยสดใสไปด้วย

ท้องฟ้าสดใส สีสันต่างๆก็เลยสดใสไปด้วย

พอทุกอย่างสดใส พี่นาก็เลยสดใสด้วย ฮ่าๆๆ

พอทุกอย่างสดใส พี่นาก็เลยสดใสด้วย ฮ่าๆๆ

แอบแวะมาถ่ายรูปกันสองคนเพื่อนซี้

แอบแวะมาถ่ายรูปกันสองคนเพื่อนซี้

พี่สุ หน้าโรงแรม Old inn

พี่สุ หน้าโรงแรม Old inn

บรรยากาศ Square ยามเช้า

บรรยากาศ Square ยามเช้า

เดินผ่านช่องนี้ไป ก็ถึงปราสาท Cesky Krumlov แล้ว

เดินผ่านช่องนี้ไป ก็ถึงปราสาท Cesky Krumlov แล้ว

บ้านเรือน ระบายสีรูปวาดกันอย่างสวยงาม

บ้านเรือน ระบายสีรูปวาดกันอย่างสวยงาม

ถ่ายรูปกันกลางถนน ไม่กลัวรถราแต่อย่างใด ฮ่าๆๆ

ถ่ายรูปกันกลางถนน ไม่กลัวรถราแต่อย่างใด ฮ่าๆๆ

โอววว Benz Sport สีแดงเพลิง

โอววว Benz Sport สีแดงเพลิง

นกกำลังกินเกษรดอกไม้

นกกำลังกินเกษรดอกไม้

น้องแมวกำลังรอเปิดประตูให้อยู่

น้องแมวกำลังรอเปิดประตูให้อยู่

งานศิลปะอันน่างงงง

งานศิลปะอันน่างงงง

โบสถ์ St.Vitus ยามเช้า แจ่มจริงๆ

โบสถ์ St.Vitus ยามเช้า แจ่มจริงๆ

เหล็กดัดของโรมแรม สวยจริงๆ

เหล็กดัดของโรมแรม สวยจริงๆ

ยี่ห้อนี้ คุ้นๆมั้ยคร้าบ

ยี่ห้อนี้ คุ้นๆมั้ยคร้าบ

ทางเดินเชื่อมระหว่างปราสาท Cesky Krumlov กับทางไปสวน

ทางเดินเชื่อมระหว่างปราสาท Cesky Krumlov กับทางไปสวน

พี่นา กับฉากหลังเป็นน้ำตกเบลอๆ งาามมม

พี่นา กับฉากหลังเป็นน้ำตกเบลอๆ งาามมม

แม่น้ำสายนี้ที่โอบล้อมเมือง Cesky Krumlov

แม่น้ำสายนี้ที่โอบล้อมเมือง Cesky Krumlov

สะพานข้ามแม่น้ำมายังปราสาท

สะพานข้ามแม่น้ำมายังปราสาท

ฮ่าๆๆๆ ให้ทายว่านั่นคือตัวอะไร... เฉลย... หนูนา ฮ่าๆ

ฮ่าๆๆๆ ให้ทายว่านั่นคือตัวอะไร... เฉลย... หนูนา ฮ่าๆ

พระเยซูถูกตรึงไม้กางเขนอยู่บนสะพาน

พระเยซูถูกตรึงไม้กางเขนอยู่บนสะพาน

ร้านนี้ ป้ายหน้าร้านเก๋เชียว

ร้านนี้ ป้ายหน้าร้านเก๋เชียว

หนึ่งในขนมประจำชาติเช็ก...

หนึ่งในขนมประจำชาติเช็ก...

เป็นแป้งคล้ายๆโดนัท กลวงๆ หวานๆ นุ่มๆ ก็อร่อยแปลกๆดี

เป็นแป้งคล้ายๆโดนัท กลวงๆ หวานๆ นุ่มๆ ก็อร่อยแปลกๆดี

นี่แหละ ร้านที่ขายขนมที่ว่า

นี่แหละ ร้านที่ขายขนมที่ว่า

แวะอีกแล้ว ร้าน Bata ฮ่าๆ

แวะอีกแล้ว ร้าน Bata ฮ่าๆ

ไอ้กระจกที่มีทรายนี่ ที่บ้านเราก็มีนี่นา...

ไอ้กระจกที่มีทรายนี่ ที่บ้านเราก็มีนี่นา...

มุมเดียวกับเมื่อวาน แต่วันนี้ดูไม่น่ากลัวเท่าตอนกลางคืนแล้ว

มุมเดียวกับเมื่อวาน แต่วันนี้ดูไม่น่ากลัวเท่าตอนกลางคืนแล้ว

แน่ะ ไอ้เด็กคนนั้นสู้กล้องแฮะ

แน่ะ ไอ้เด็กคนนั้นสู้กล้องแฮะ

ดูยังไงก็ไม่เบื่อ กับวิวสวยๆของเมืองนี้ Cesky Krumlov

ดูยังไงก็ไม่เบื่อ กับวิวสวยๆของเมืองนี้ Cesky Krumlov

ตอนนี้ กำลังรอเข้าไปชมภายในปราสาท

ตอนนี้ กำลังรอเข้าไปชมภายในปราสาท

มีซุ้มขายของที่ระลึกด้วย

มีซุ้มขายของที่ระลึกด้วย

เห็นกันจะจะ ว่าเค้าวาดเอาทั้งนั้น!!!

เห็นกันจะจะ ว่าเค้าวาดเอาทั้งนั้น!!!

 

พอชมความงามภายในเสร็จแล้ว ชาวคณะก็ได้ไปชมสวนที่อยู่ด้านในของบริเวณปราสาท Cesky Krumlov กัน ซึ่งช่วงที่เรามา ดอกไม้ยังไม่เบ่งบานกันอย่างเต็มที่ จึงเห็นแต่เพียงต้นไม้เขียวๆกับต้นไม้แห้งๆอันปราศจากสีสันของไม้ดอกต่างๆอันเป็นสีสันอันน่าชมของสวนนี้ไป เสียดายจัง ทั้งๆที่สวนนี้จัดรูปแบบได้ดูดีกันอย่างลงตัวอยู่แล้ว ขาดแค่เพียงสีสันของดอกไม้มาเติมเต็มแค่นั้นเอง เสียดาย เสียดาย

 

เดินไปหาวิวถ่ายมุมสวยๆของเมืองกันต่อ

เดินไปหาวิวถ่ายมุมสวยๆของเมืองกันต่อ

วิวแบบมุมกว้างๆ

วิวแบบมุมกว้างๆ

วิวแบบมีต้นไม้เกะกะสายตาบ้าง...

วิวแบบมีต้นไม้เกะกะสายตาบ้าง...

วิวแบบมีนางแบบมาแจมบ้าง ฮ่าๆๆ...

วิวแบบมีนางแบบมาแจมบ้าง ฮ่าๆๆ...

ไปชมสวนกันบ้างดีกว่า จัดซะเป็นระเบียบเรียบร้อยเลย

ไปชมสวนกันบ้างดีกว่า จัดซะเป็นระเบียบเรียบร้อยเลย

มุมนี้เก๋... ยังกะถ่ายปกนิตยสารเลย

มุมนี้เก๋... ยังกะถ่ายปกนิตยสารเลย

ดอกไม้หรอมแหรมเหลือเกิน...

ดอกไม้หรอมแหรมเหลือเกิน...

ต้นไม้ก็แห้งๆโกร๋นๆ

ต้นไม้ก็แห้งๆโกร๋นๆ

แต่องค์ประกอบของสวนนี่สวยจริงๆ

แต่องค์ประกอบของสวนนี่สวยจริงๆ

มุมนี้ เหมือนเคยเห็นตามหนังสือและเว็บไซต์เลย

มุมนี้ เหมือนเคยเห็นตามหนังสือและเว็บไซต์เลย

เจ๋งอะ นาฬิกาแดด

เจ๋งอะ นาฬิกาแดด

มองผ่านแว่นตา...

มองผ่านแว่นตา...

นักบุญ...อยู่บนเมือง

นักบุญ...อยู่บนเมือง

อุโมงค์ทางเดินเก๋ๆ...

อุโมงค์ทางเดินเก๋ๆ...

ภาพเขียนบนเพดานอุโมงค์

ภาพเขียนบนเพดานอุโมงค์

เอ๊ะ.... มีใครแอบอยู่หลังประตู...

เอ๊ะ.... มีใครแอบอยู่หลังประตู...

เห็นหมีหลายตัวเลย...

เห็นหมีหลายตัวเลย...

ไอติมโยเกิร์ตสองรสชาติ อร่อยดี

ไอติมโยเกิร์ตสองรสชาติ อร่อยดี

หน้าร้านเค้าล่ะ...

หน้าร้านเค้าล่ะ...

 

 

วันที่ 5 – สุดยอดเมืองโรแมนติก Hallstatt … สู่เมืองสีส้ม Cesky Krumlov (ตอนที่ 2)

 

ต่อจากตอนที่แล้ว…

 

หลังจากอิ่มหนำกันแล้ว ก็ได้เวลามุ่งหน้าสู่ประเทศสาธารณรัฐเช็กกันแล้ว โดยการเดินทางจาก Hallstatt ไปยัง Cesky Krumlov, Czech Republic นั้นก็ใช้เวลาหลายชั่วโมงอยู่เหมือนกัน จึงต้องจำเป็นมีการแวะยืดเส้นยืดสายถ่ายรูปบ้าง ถ่ายท้องบ้าง ฮ่าๆๆ แล้วเวลาประมาณ 4 โมงเย็นกว่า เราก็ได้เข้าเขตประเทศสาธารณรัฐเช็ก เมือง Cesky Krumlov (เชสกี้ ครุมลอฟ) แล้ว…

ระหว่างนั่งชมวิวสองข้างทาง เราก็เห็นสาวฝรั่งยืนอยู่ริมถนนเปลี่ยวๆกันอยู่เป็นระยะๆ ซึ่งบรรยากาศสองข้างทางนี่ก็มีแต่ทุ่งหญ้า ไม่น่าจะเป็นที่ๆมีใครมายืนอยู่เลยจริงๆ แต่ก็ถึงบางอ้อจนได้ เมื่อทางหัวหน้าทัวร์เราได้เฉลยว่า จริงๆแล้วเธอทั้งหลายนั้นคือ “คุณโส” นี่เอง หรือจะเรียกได้ว่า “ผีขนุน” ของที่นี่ก็ว่าได้ (แต่จะเรียกว่าผีขนุนก็ไม่น่าจะถูกซักเท่าไหร่ เพราะว่าไม่เห็นมีต้นขนุนเลยแถวนี้ ฮ่าๆๆ) แต่ละคนนี่หน้าตาดีหุ่นดี ส่วนใหญ่ก็มีจากทางออสเตรีย แวะโบกหาแขกไปเรื่อยๆ แต่ก็น่าเป็นห่วงพวกเธอเหมือนกันนะ ว่าจะมีชีวิตปลอดภัยดีมั้ย เพราะว่าถ้าเป็นเมืองไทยนี่ คงได้มีข่าวฆ่าหมกป่าแล้วชิงทรัพย์เป็นแน่แท้เลย… ตังค์ก็ไม่ได้แล้วยังจะมาเสียทรัพย์และชีวิตอีก คิดแล้วเศร้าใจ

 

แวะถ่ายรูปกันหน่อย กับบ้านสวยๆ และทุ่งหญ้างามๆ

แวะถ่ายรูปกันหน่อย กับบ้านสวยๆ และทุ่งหญ้างามๆ

พี่นา กับวิวสวยๆ

พี่นา กับวิวสวยๆ

ดอกเลื้อง..เหลือง...

ดอกเลื้อง..เหลือง...

ยานพาหนะหลักของทริปนี้

ยานพาหนะหลักของทริปนี้

Roman เจ้าของรถ

Roman เจ้าของรถ

ทอดอารมณ์แบบสบายๆ

ทอดอารมณ์แบบสบายๆ

ถึงแล้ว... Cesky Krumlov

ถึงแล้ว... Cesky Krumlov

 

กลับมาเรื่องการเดินทางต่อดีกว่า พอเราผ่านเขต Cesky Krumlov แล้วนั่งรถกันอีกไม่นาน เราก็ถึงโรงแรมที่เราจะพักคืนนี้กันแล้ว อยู่ในทำเลที่ค่อนข้างจะดีเลยทีเดียว เพราะว่าอยู่ตรงปากทางเข้าเมือง Cesky Krumlov เลย ชื่อโรงแรมก็คือ Hotel Garni Mysi Dira เป็นโรงแรมเล็กๆ ไม่มีลิฟต์นะ ต้องแบกลากกระเป๋ากันเอง แต่ยังดีที่มีโรมัน พี่ๆทั้งหลายจึงไม่ต้องลำบากมากในการหอบหิ้วสัมภาระขึ้นไปยังห้อง โดยวันนี้ห้องที่เราได้พักเป็นห้องนอนสามคน อยู่ใต้หลังคาเลย ตกแต่งแบบน่ารักๆอบอุ่นดีทีเดียว

 

สัมผัมแรก กับบรรยากาศบ้านเรือนของ Cesky Krumlov

สัมผัมแรก กับบรรยากาศบ้านเรือนของ Cesky Krumlov

นี่ล่ะ ที่นอนของเราคืนนี้ โซฟา!!

นี่ล่ะ ที่นอนของเราคืนนี้ โซฟา!!

ห้องนี้นอนสาม

ห้องนี้นอนสาม

ห้องใต้หลังคา ตกแต่งน่ารักดี

ห้องใต้หลังคา ตกแต่งน่ารักดี

นี่ห้องคุณหริ่น เตียงมีผ้าม่านด้วย

นี่ห้องคุณหริ่น เตียงมีผ้าม่านด้วย

ทางเดินที่นี่ ไฟเปิดปิดอัตโนมัติด้วย

ทางเดินที่นี่ ไฟเปิดปิดอัตโนมัติด้วย

โรงแรม Hotel Garni Mysi Dira

โรงแรม Hotel Garni Mysi Dira

 

จัดแจงเก็บข้าวของแล้ว เราก็ได้เวลาออกมาเดินชมเมือง Cesky Krumlov กัน โดยก่อนไป ทางคุณหริ่นหัวหน้าทัวร์ก็ได้จัดแจงอธิบายเส้นทางการเดินชมเมือง Cesky Krumlov กันก่อน โดยที่เมืองนี้เป็นเมืองเล็กๆที่โอบล้อมไปด้วยแม่น้ำ สามารถเดินด้วยเท้าเปล่าก็สามารถเดินรอบเมืองได้อย่างไม่ยากเย็น เดินจากโรงแรมก็ตรงไปเรื่อยๆก็จะพบจุดแวะชมวิวถ่ายภาพความงามของเมืองนี้ที่เน้นโทนสีส้มๆของตึกราบ้านช่องของเค้า ดูสวยงามน่ารักจริงๆ เหมือนบ้านตุ๊กตาเลยก็ไม่ปาน ฮ่าๆ แต่อุปสรรคอันใหญ่หลวงในการเดินเที่ยวเมือง Cesky Krumlov คือพื้นที่เป็นหินไม่เรียบ ทำให้เดินได้ลำบาก บางทีถ้าเดินไม่ระวังอาจจะขาแพลงหรือสะดุดได้ แนะนำคือถ้ามีรองเท้าผ้าใบแบบดีๆ หรือว่ารองเท้าที่ออกแบบมาเพื่อสำหรับการเดินวิบาก ให้หยิบมาใส่ก่อนออกเดินทางด้วยนะ จะได้ช่วยถนอมขาและเท้าของเราไปด้วยอีกระดับหนึ่ง

 

ทางเดินเล็กๆข้างโรงแรม

ทางเดินเล็กๆข้างโรงแรม

ว้าวว ส้มไปหมดเลย

ว้าวว ส้มไปหมดเลย

พี่สุ กับวิวสีส้มๆ

พี่สุ กับวิวสีส้มๆ

พี่สุ กับวิวบ้านเรือนสีส้มและปราสาท Krumlov

พี่สุ กับวิวบ้านเรือนสีส้มและปราสาท Krumlov

ด้านหลังนั่นเป็นโรงแรมที่หรูที่สุดในเมืองนี้เลยนะ

ด้านหลังนั่นเป็นโรงแรมที่หรูที่สุดในเมืองนี้เลยนะ

ตอนนี้อยู่ตรงนี้จ้า

ตอนนี้อยู่ตรงนี้จ้า

ดอกไม้สีแจ่มๆ

ดอกไม้สีแจ่มๆ

เห็นปราสาท Krumlov อยู่ไกลๆ

เห็นปราสาท Krumlov อยู่ไกลๆ

พี่นา On Street

พี่นา On Street

 

เส้นทางการเดินนั้น ตั้งต้นจากที่หน้าโรงแรมของเรา ก็เดินตรงไปเรื่อยๆซักพัก เราก็จะมาถึง Square (แต่ก็แปลกใจว่า เจอ Square ที่ไหน ก็มักจะมีรูปปั้นสูงๆตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่ทุกที่ แต่ทำไม Siam Square บ้านเรา ไม่ยักกะทำรูปปั้นเป็นสัญลักษณ์กะเค้าบ้างนะ) โดยที่นี่ก็เป็นแหล่งรวมร้านรวงต่างๆมากมาย ทั้งร้านขายของที่ระลึก ร้านอาหาร ธนาคาร และอื่นๆอีกมากมาย เดินผ่านจุด Square ไปไม่นาน ก็มาถึงทางเข้าปราสาท Cesky Krumlov แล้ว โดยเราก็จะมาเดินสำรวจบริเวณโดยรอบของปราสาท Cesky Krumlov กัน (แต่ไม่สามารถเข้าชมภายในปราสาทได้นะ เพราะว่าเวลาที่เราไปถึงนั้นเค้าปิดไม่ให้เข้าชมแล้ว) ซึ้งเมื่อได้มาเห็นปราสาทใกล้ๆ ก็ทำให้เราถึงกับตะลึง เพราะว่าที่เราเห็นไกลถึงความสวยงามของปราสาทนั้น จริงๆแล้วเกิดจากการทาสีวาดลวดลายลงไปยังปราสาทและสิ่งก่อสร้างต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นที่เห็นเหมือนเป็นอิฐบล็อกก้อนใหญ่ๆ หรือว่าเป็นหน้าต่าง ก็เกิดมาจากการทาสีไปซะ 70-80% ได้ ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าที่เค้าใช้การวาดรูปทาสีลงไปยังกำแพงแทนที่จะเป็นการก่อสร้างขึ้นมาจริงๆ เกิดจากความตั้งใจของเจ้าของปราสาท หรือว่าเกิดจากงบไม่พอที่จะก่อสร้างด้วยวัสดุจริงๆ แต่ทางหัวหน้าทัวร์เราก็ให้ข้อมูลว่าเป็นอย่างหลัง เพราะงบน้อย แต่อยากได้ปราสาทสวยๆ ก็เลยใช้เทคนิคคัลเลอร์แทน จึงได้ผลลัพธ์ออกมาเป็นปราสาทลูกผสมแบบนี้ แต่ก็สวยและแปลกตาดีจริงๆ

 

โบสถ์ St. Vitus

โบสถ์ St. Vitus

ฝาท่อ Cesky Krumlov

ฝาท่อ Cesky Krumlov

นั่ง Chill Chill ตรง Square

นั่ง Chill Chill ตรง Square

รวมหมู่ตรง Square

รวมหมู่ตรง Square

รวมหมู่อีกทีตรง Column

รวมหมู่อีกทีตรง Column

แมวน่ารัก อ้วนมากๆ

แมวน่ารัก อ้วนมากๆ

มุมสวยๆตรง Square

มุมสวยๆตรง Square

อยู่ไม่ไกลแล้ว Cesky Krumlov Castle

อยู่ไม่ไกลแล้ว Cesky Krumlov Castle

Puppet House หลอนดี

Puppet House หลอนดี

ข้ามสะพานนี้ไป ก็อีกไม่ไกลแล้ว

ข้ามสะพานนี้ไป ก็อีกไม่ไกลแล้ว

นักบุญ..บนสะพาน

นักบุญ..บนสะพาน

หน้าร้านอาหาร Papa's เห็นว่าน่ากิน แต่ก็ไม่ได้กิน ฮ่าๆ

หน้าร้านอาหาร Papa's เห็นว่าน่ากิน แต่ก็ไม่ได้กิน ฮ่าๆ

บรรยากาศสองข้างทางก่อนจะไปถึงปราสาท Cesky Krumlov

บรรยากาศสองข้างทางก่อนจะไปถึงปราสาท Cesky Krumlov

ซุ้มประตูตรงทางเข้าปราสาท Cesky Krumlov

ซุ้มประตูตรงทางเข้าปราสาท Cesky Krumlov

ศิลปะอะไรเนี่ย!!

ศิลปะอะไรเนี่ย!!

พี่สุ คู่ปราสาท

พี่สุ คู่ปราสาท

แม่เจ้า ที่เห็นสวยๆไกลๆ จริงๆแล้วคือสีระบายเอาไว้!?

แม่เจ้า ที่เห็นสวยๆไกลๆ จริงๆแล้วคือสีระบายเอาไว้!?

มาถึงตรงนี้แล้วจ้า...

มาถึงตรงนี้แล้วจ้า...

รูปปั้น Saint ตรงทางจะเข้าไปด้านในแล้ว

รูปปั้น Saint ตรงทางจะเข้าไปด้านในแล้ว

พี่นาเมื่อยแล้ว ขอเกาะเสาหน่อยก็แล้วกัน อิอิ

พี่นาเมื่อยแล้ว ขอเกาะเสาหน่อยก็แล้วกัน อิอิ

สวยนะ แต่เป็นสีระบายซะส่วนใหญ่เลย

สวยนะ แต่เป็นสีระบายซะส่วนใหญ่เลย

กับบรรยากาศสลัวๆ

กับบรรยากาศสลัวๆ

ภายในทางเดินเชื่อมต่อระหว่างจุด ก็จะมีโคมไฟสลัวๆเปิดเอาไว้ ให้อารมณ์วังเวงๆดีเหมือนกัน

ภายในทางเดินเชื่อมต่อระหว่างจุด ก็จะมีโคมไฟสลัวๆเปิดเอาไว้ ให้อารมณ์วังเวงๆดีเหมือนกัน

ดูออกมั้ยว่า อันไหนของจริง อันไหนรูปวาด

ดูออกมั้ยว่า อันไหนของจริง อันไหนรูปวาด

 

เดินต่อเข้าไปในส่วนลึกๆของปราสาท เราก็พบกับจุดชมวิวที่สามารถถ่ายรูปวิวของ Cesky Krumlov แบบเต็มๆกันได้เลย สวยงามมากๆ แล้วเราก็ใช้เวลาถ่ายรูปบันทึกความงามของเมือง Cesky Krumlov กันอีกพักใหญ่จึงเดินทางออกมา โดยที่ทางกลุ่มพี่ๆเค้าก็แยกกลับไปโรงแรมกันก่อน โดยเรากับพี่นาขอเดินชมความงามของเมือง Cesky Krumlov ยามค่ำคืนกันต่อก่อน เพราะว่าไหนๆก็มาแล้ว ก็ขอเก็บบรรยากาศให้ครบถ้วนกระบวนความกันดีกว่า ก่อนที่จะกลับไปยังโรงแรม แล้วไปปาร์ตี้มาม่ากันต่อก่อนแยกย้ายกันไปนอน…

 

สวยงามอลังการจริงๆ!!

สวยงามอลังการจริงๆ!!

สวยงามจริงๆ วิวของเมืองนี้ Cesky Krumlov

สวยงามจริงๆ วิวของเมืองนี้ Cesky Krumlov

มองวิวผ่านช่องกำแพง

มองวิวผ่านช่องกำแพง

พอเปิดไฟ ช่องกำแพงก็กลายเป็นสีส้ม สวยไปอีกแบบแฮะ

พอเปิดไฟ ช่องกำแพงก็กลายเป็นสีส้ม สวยไปอีกแบบแฮะ

ต้นไม้ยังกลายเป็นสีส้ม เข้าคอนเซปต์เมืองจริงๆ

ต้นไม้ยังกลายเป็นสีส้ม เข้าคอนเซปต์เมืองจริงๆ

วิว Cesky Krumlov ยามค่ำก็สวยดีนะ

วิว Cesky Krumlov ยามค่ำก็สวยดีนะ

เปิดไฟแล้ว ก็สวยอีกแบบนะ ดูไม่ออกเลยว่าเค้าระบายสีเอาไว้ กลืนไปกันหมด

เปิดไฟแล้ว ก็สวยอีกแบบนะ ดูไม่ออกเลยว่าเค้าระบายสีเอาไว้ กลืนไปกันหมด

บรรยากาศยามค่ำคืน...

บรรยากาศยามค่ำคืน...

ยังกะปราสาทผีสิงเลย ฮ่าๆๆ

ยังกะปราสาทผีสิงเลย ฮ่าๆๆ

รองเท้า Bata กำเนิดที่เช็กนี่แหละ

รองเท้า Bata กำเนิดที่เช็กนี่แหละ

ร้านขายของที่ระลึก...

ร้านขายของที่ระลึก...

วิวเดียวกัน แต่สีสันต่างกัน

วิวเดียวกัน แต่สีสันต่างกัน

มีงานนิทรรศการศิลปะบนฟองสบู่...

มีงานนิทรรศการศิลปะบนฟองสบู่...

บรรยากาศของโบสถ์ St.Vitus ยามค่ำคืน

บรรยากาศของโบสถ์ St.Vitus ยามค่ำคืน

งามมากๆวิวนี้ตอนกลางคืน

งามมากๆวิวนี้ตอนกลางคืน

 

 

วันที่ 5 – สุดยอดเมืองโรแมนติก Hallstatt … สู่เมืองสีส้ม Cesky Krumlov (ตอนที่ 1)

 

วันที่ 18 เมษายน 2554

 

ตื่นมากันตอนหกโมงเช้าได้ อากาศเย็นสบายมากเลย แอบแวะไปเช็คอุณหภูมิผ่านไอโฟน ตอนนี้อยู่ที่ 2-3 องศาเซลเซียส แต่ไม่รู้สึกว่าหนาวเลย แม้จะออกไปรับอากาศบริสุทธิ์ที่ระเบียงก็ตาม ก็ยังไม่รู้สึกว่าหนาวอยู่ดี ว่าแล้วก็รีบจัดแจงอาบน้ำแต่งตัวแล้วลงมาเดินเล่นรับบรรยากาศริมทะเลสาบของโรงแรม Haus Am See กันซะหน่อย เช้านี้อากาศดีมาก ลมก็ไม่แรง เหมาะแก่การเก็บภาพน้ำนิ่งๆสะท้อนเงาภูเขาเป็นอย่างยิ่ง จริงๆพอได้มาเดินรอบๆโรงแรม Haus Am See แล้ว จะเห็นได้อย่างชัดเจนเลยว่าไม่ได้ใหญ่โตอะไรเลย แต่บรรยากาศและการตกแต่งนั้นน่ารักมากๆ และที่นี่เค้าเลี้ยงสุนัขไว้ตัวนึง ตัวใหญ่ๆสีขาว เป็นนายแบบประจำโรงแรมเลยทีเดียว ถึงกับมีการจัดทำ Postcard ที่มีรูปสุนัขตัวนี้ไว้ขายด้วยนะ

 

หน้าบ้าน Haus Am See

หน้าบ้าน Haus Am See

อีกมุมหนึ่งของ Haus Am See

อีกมุมหนึ่งของ Haus Am See

น้ำนิ่ง เห็นเงาสะท้อนของภูเขาได้อย่างชัดเจน

น้ำนิ่ง เห็นเงาสะท้อนของภูเขาได้อย่างชัดเจน

ซุ้มอะไรไม่รู้ อ่านไม่ออก ช่วยบอกที...

ซุ้มอะไรไม่รู้ อ่านไม่ออก ช่วยบอกที...

พี่นา.. กับวิวปานภาพวาด

พี่นา.. กับวิวปานภาพวาด

แบบกว้างๆกันอีกทีกับ Haus Am See

แบบกว้างๆกันอีกทีกับ Haus Am See

มีเรือใครคว่ำอยู่ตรงนั้นนะ

มีเรือใครคว่ำอยู่ตรงนั้นนะ

ถ้าประตูทางเดินตรงนั้นไม่ปิด ก็ว่าจะเดินไปถ่ายตรงนั้นดูเหมือนกันนะ

ถ้าประตูทางเดินตรงนั้นไม่ปิด ก็ว่าจะเดินไปถ่ายตรงนั้นดูเหมือนกันนะ

หมาน้อยตัวนี้แหละ Presenter ตัวจริงของ Haus Am See

หมาน้อยตัวนี้แหละ Presenter ตัวจริงของ Haus Am See

 

เดินเล่นกันพอประมาณก็ได้เวลาอาหารเช้าซึ่งที่นี่จะให้เริ่มประมาณเวลา 8 โมง อาหารก็เหมือนๆกับวันที่ผ่านๆมา ขนมปัง แฮม ชีส ต่างๆเป็น counter ไม่ใหญ่มากเป็นไปตามขนาดของโรงแรม ตอนแรกก็กลัวว่าของจะหมด แต่จริงๆแล้ว กินได้เรื่อยๆเค้ามีเติมไม่อั้น ก็กินกันจนอิ่มอืดกันไปข้างแถมยังมีโกโก้ร้อนตบท้ายด้วย เปรมกันไปเลย

 

มื้อเช้า... อร่อยมากมาย ขนมปังไม่แข็งด้วยวันนี้

มื้อเช้า... อร่อยมากมาย ขนมปังไม่แข็งด้วยวันนี้

ดูกันแบบเต็มๆ... แฮม ชีส ขนมปัง

ดูกันแบบเต็มๆ... แฮม ชีส ขนมปัง

ปิดท้ายด้วย Hot Chocolate

ปิดท้ายด้วย Hot Chocolate

การจัดแต่งห้องอาหารแบบน่ารักๆ

การจัดแต่งห้องอาหารแบบน่ารักๆ

อิ่มกันแล้ว มีแรงถ่ายรูปต่อ ฮ่าๆๆ

อิ่มกันแล้ว มีแรงถ่ายรูปต่อ ฮ่าๆๆ

นั่งกินลมชมวิวกันหน่อย

นั่งกินลมชมวิวกันหน่อย

ณ อุณหภูมิต่ำกว่าสิบ!!!

ณ อุณหภูมิต่ำกว่าสิบ!!!

พี่ตู่ กับ ม้าลื่น

พี่ตู่ กับ ม้าลื่น

ดอกไม้สวยๆ

ดอกไม้สวยๆ

กุญแจห้องนอน เก๋มาก

กุญแจห้องนอน เก๋มาก

บรรยากาศในห้องอาหาร สไตล์ตะวันตกแท้ๆ

บรรยากาศในห้องอาหาร สไตล์ตะวันตกแท้ๆ

 

พออิ่มกันแล้ว ชาวคณะก็ออกเดินทางไปยัง Hallstatt กันอีกรอบเพื่อไปเยี่ยมชมความงามของ Hallstatt แบบมีแสงแดดกันบ้างหลังจากที่เมื่อคืนเราได้ชมความงามแบบเงียบๆกันไปแล้ว ซึ้งเมืองนี้เป็นเมืองเล็กๆที่ได้รับการตั้งให้เป็นเมืองมรดกโลกทางวัฒนธรรมมาแล้ว สามารถเดินด้วยเท้าก็สามารถเดินทั่วได้โดยใช้เวลาไม่นานนัก ซึ่งเมืองนี้เป็นเมืองที่น่ารักดูมีความคลาสสิกและโรแมนติกมากในหลายๆจุดและเสน่ห์นี้เองทำให้ภาพยนตร์หลายๆเรื่องเลือกใช้โลเกชั่นนี้ในการถ่ายทำ ที่เห็นจะเป็นที่รู้จักในบ้านเราก็คือ Spring Waltz หนังเกาลีซีรี่ย์ดังในบ้านเราก็ใช้บริการโลเกชั่นนี้เหมือนกัน อยากรู้ว่าหนังเรื่องนี้ใช้โลเกชั่นจุดไหนบ้าง ไปหามาดูกันเองละกัน พอดีเราก็ไม่ได้เป็นแฟนตัวยงของหนังเกาหลีด้วยสิ ฮ่าๆ โดยเมื่อมาถึง Hallstatt จุดแรกที่ไปเลยก็คือจุด Landmark ที่เป็น Highlight ของ Hallstatt เลยก็ว่าได้ เพราะว่าจะเห็นวิวนี้ตามหนังสือท่องเที่ยว เว็บไซต์ โพสต์การ์ดต่างๆที่เกี่ยวกับ Hallstatt ลงรูปนี้กัน คือตรงจุดที่เลยโบสถ์ไปอีกนิดนึง เราก็จะสามารถเห็นโลเกชั่นนี้ได้ สวยงามมากจริงๆสมกับคำร่ำลือเป็นอย่างมาก มาแล้วถ้าไม่ได้เห็นวิวนี้ เหมือนกับว่ามาไม่ถึง Hallstatt ก็ไม่ปาน ฮ่าๆๆ

 

น้ำใสมาก เห็นพื้นใต้น้ำเลย

น้ำใสมาก เห็นพื้นใต้น้ำเลย

เห็นตรงนั้นลิบๆ คือเมือง Hallstatt กันล่ะ

เห็นตรงนั้นลิบๆ คือเมือง Hallstatt กันล่ะ

ถกปัญหาชีวิตกันริมตลิ่ง...

ถกปัญหาชีวิตกันริมตลิ่ง...

สี่สาว... กับฉากหลังที่เป็น Hallstatt ไกลๆ

สี่สาว... กับฉากหลังที่เป็น Hallstatt ไกลๆ

พี่ติ๋มขอเดี่ยวบ้าง

พี่ติ๋มขอเดี่ยวบ้าง

มาแล้ว Hallstatt ในตำนาน

มาแล้ว Hallstatt ในตำนาน

พี่สุ แบบธรรมชาติๆ

พี่สุ แบบธรรมชาติๆ

พี่สุ..อีกซักรูป

พี่สุ..อีกซักรูป

งามจริงๆวิวนี้ ชอบๆ

งามจริงๆวิวนี้ ชอบๆ

Roman ขอด้วยคน

Roman ขอด้วยคน

มีเรือล่องชมความงามของ Hallstatt ด้วย

มีเรือล่องชมความงามของ Hallstatt ด้วย

เรือกำลังจะเข้าฝั่งแล้ว....

เรือกำลังจะเข้าฝั่งแล้ว....

แมวอ้วน น่ารัก

แมวอ้วน น่ารัก

กลิ้งใหญ่เลย

กลิ้งใหญ่เลย

 

เราก็ใช้เวลาในการถ่ายรูปตรงจุดนี้พอประมาณ แล้วก็เดินย้อนกลับไปทางเดิมเก็บรายละเอียดและชมบ้านเรือนร้านค้าต่างๆ และวันนี้นักท่องเที่ยวเยอะมาก เดินไปทางไหนก็เจอแต่นักท่องเที่ยวมากมายหลายชาติ ทำให้การถ่ายรูปบางทีก็มีอุปสรรคบ้าง แต่ก็ต้องพยายามในการเก็บรูปสวยๆมาให้ได้ ฮ่าๆ

 

พี่นา... กับกองท่อนไม้

พี่นา... กับกองท่อนไม้

บ้านของเค้า อยู่บนเนินเขานี่เอง...

บ้านของเค้า อยู่บนเนินเขานี่เอง...

รวมพลชาวคณะกันซักรูป

รวมพลชาวคณะกันซักรูป

รถใครไม่รู้ สวยดี

รถใครไม่รู้ สวยดี

มุมนิยม...กับอุโมงค์โค้งๆ

มุมนิยม...กับอุโมงค์โค้งๆ

โบสถ์ใน Hallstatt

โบสถ์ใน Hallstatt

รวมพลกันหน้าโรงแรม Hallstatt สุดหรู

รวมพลกันหน้าโรงแรม Hallstatt สุดหรู

ดูกันชัดๆกับเรือนำเที่ยว... แต่เราไม่ได้ขึ้นไปชมกันน่ะสิ

ดูกันชัดๆกับเรือนำเที่ยว... แต่เราไม่ได้ขึ้นไปชมกันน่ะสิ

Hallstatt จริงๆนะ ไม่ได้โม้...

Hallstatt จริงๆนะ ไม่ได้โม้...

บรรยากาศบ้านเรือสองข้างทาง

บรรยากาศบ้านเรือสองข้างทาง

Square ตอนกลางวัน

Square ตอนกลางวัน

พี่นา... กับบ้านต้นไม้เก๋ๆ

พี่นา... กับบ้านต้นไม้เก๋ๆ

ขอบ้าง...ซักรูป ฮ่าๆๆ

ขอบ้าง...ซักรูป ฮ่าๆๆ

มีน้ำพุ บริการให้นักท่องเที่ยวลองดื่มชิม

มีน้ำพุ บริการให้นักท่องเที่ยวลองดื่มชิม

อันนี้เป็น Musuem ล่ะ แต่ไม่ได้เข้าไปดูนะ

อันนี้เป็น Musuem ล่ะ แต่ไม่ได้เข้าไปดูนะ

ตุ๊กตาเด็กน่ารักน่าชัง

ตุ๊กตาเด็กน่ารักน่าชัง

Time Travel... ในหลายๆภาษา

Time Travel... ในหลายๆภาษา

อยากอยู่บ้านหลังนี้...!!!

อยากอยู่บ้านหลังนี้...!!!

กินลมชมวิวริมทะเลสาบ ณ Hallstatt

กินลมชมวิวริมทะเลสาบ ณ Hallstatt

หันหน้ากลับมาสู้กล้องหน่อย...

หันหน้ากลับมาสู้กล้องหน่อย...

พี่สุ...กับฉากหลังสวยๆริมทะเลสาบ

พี่สุ...กับฉากหลังสวยๆริมทะเลสาบ

มีเป็ดน้อยลอยน้ำเล่นเต็มไปหมดเลยที่ทะเลสาบนี้

มีเป็ดน้อยลอยน้ำเล่นเต็มไปหมดเลยที่ทะเลสาบนี้

กับบ้านต้นไม้ version 2

กับบ้านต้นไม้ version 2

...กับรูปปั้นนักเดินทาง หน้าทางเข้า Hallstatt

...กับรูปปั้นนักเดินทาง หน้าทางเข้า Hallstatt

ใครเลียนแบบใคร ฮ่าๆๆ

ใครเลียนแบบใคร ฮ่าๆๆ

 

หลังจากเดินไปจนถึงปากทางเข้าของ Hallstatt แล้ว ก็นั่งรถย้อนกลับมาหาอะไรอร่อยทานกัน ซึ่งร้านนี้อยู่ตรง Square พอดิบพอดี ซึ่งบรรยากาศร้านนี้ดีมากๆ อยู่ติดริมทะเลสาบเลย นั่งกินอาหารไป ชมวิวทะเลสาบไป งามงดจริงๆ แต่วันนี้แดดค่อนข้างแรง เลยจำเป็นต้องกางร่มบังแดดกันซะหน่อยหลังจากนั่งกลางแจ้งกันได้ไม่กี่นาที ฮ่าๆ ร้อนเกิ๊น… แต่ฝรั่งที่นี่เหมือนว่าเค้าจะชอบแดดกันนะ ร้อนแค่ไหนก็ยังนั่งอาบแดดกันจนตัวแดงแล้วก็ยังไม่ถอย ก็อย่างว่าบ้านเค้าหนาวก็หนาวนาน พอมาเจอแดดทีเลยต้องตักตวงกันล่ะมั้ง

 

ร้านอาหารหรู บรรยากาศริมทะเลสาบ

ร้านอาหารหรู บรรยากาศริมทะเลสาบ

โต๊ะนี้จองแล้วจ้าา

โต๊ะนี้จองแล้วจ้าา

น้ำเปล่าร้านนี้ ขวดหรูมาก แต่อันนี้เป็นแบบไม่มีแก๊สนะ

น้ำเปล่าร้านนี้ ขวดหรูมาก แต่อันนี้เป็นแบบไม่มีแก๊สนะ

มีห่านว่ายน้ำมาเป็นเพื่อนแก้เหงาขณะรออาหาร

มีห่านว่ายน้ำมาเป็นเพื่อนแก้เหงาขณะรออาหาร

จานแรกเป็นซุป...

จานแรกเป็นซุป...

จานต่อมาเป็นสเต็กหมูผัดซอส

จานต่อมาเป็นสเต็กหมูผัดซอส

มีสปาเก็ตตี้ซอสผักด้วย รสชาติอร่อยดี

มีสปาเก็ตตี้ซอสผักด้วย รสชาติอร่อยดี

สเต็กหมูก็อร่อยดี แต่พอเย็นแล้วเหนียวไปหน่อย

สเต็กหมูก็อร่อยดี แต่พอเย็นแล้วเหนียวไปหน่อย

เริ่มต้นกับประติมากรรมการจัดขวด ฮ่าๆๆ

เริ่มต้นกับประติมากรรมการจัดขวด ฮ่าๆๆ

เริ่มเป็น Tower แล้ว

เริ่มเป็น Tower แล้ว

แล้วก็เป็น Big Tower

แล้วก็เป็น Big Tower

สุดท้ายก็กลายเป็นป้อมปราการ ฮ่าๆๆ

สุดท้ายก็กลายเป็นป้อมปราการ ฮ่าๆๆ

 

 

วันที่ 4 – ดินแดนแห่งภูเขา ทะเลสาบ และ…หิมะ (ตอนที่ 2)

 

ต่อจากตอนที่แล้ว …

 

จบจากเรื่องโรแมนติก เราก็ขับรถไปกันต่อเพื่อไปขึ้นเขากัน โดยที่จะได้ขึ้น Ropeway กันไปยังยอดเขาสูงจากระดับพื้นดินไปกว่า 2 กิโลเมตร เพื่อชมทะเลสาบสวยๆทั้งหลายไม่ว่าจะเป็น St. Gilgen, Wolfgangsee จากมุมสูงกัน ซึ่งสถานที่นี้มีชื่อว่า Zwolferhorn Seilbahn ค่าขึ้นรถกระเช้าไปกลับก็ตกอยู่ประมาณคนละ 20 ยูโรได้ โดยที่รถกระเช้านั้น นั่งเต็มที่น่าจะได้ไม่เกินสี่คน แต่สองคนน่าจะกำลังพอดีกว่า กลัวว่านั่งไปเยอะๆแล้ว มันจา…. สยอง ฮ่าๆๆ

 

ถึงแล้ว Zwolferhorn Seilbahn

ถึงแล้ว Zwolferhorn Seilbahn

ตั๋วนี้มีมูลค่าเกือบ 20 euro เลยนะเนี่ย

ตั๋วนี้มีมูลค่าเกือบ 20 euro เลยนะเนี่ย

มีไข่อีสเตอร์มาตั้งขายด้วย ลูกละ 50 cents แน่ะ

มีไข่อีสเตอร์มาตั้งขายด้วย ลูกละ 50 cents แน่ะ

หมูทอด กับ เฟรนช์ฟราย เยอะมากๆ

หมูทอด กับ เฟรนช์ฟราย เยอะมากๆ

ฮอทดอกรองท้องกันหน่อย

ฮอทดอกรองท้องกันหน่อย

อ้าวว ลุงมาปิดประตูให้แล้ว เตรียมออกเดินทางได้

อ้าวว ลุงมาปิดประตูให้แล้ว เตรียมออกเดินทางได้

 

ระหว่างขึ้นนั้นเมื่อมองลงมาด้านล่าง จะเห็นบางคนเดินขึ้นและลงเขา!!! สุดยอดมาก เป็นการออกกำลังกายและใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ของคนที่นี่ได้ดีจริงๆ นี่ถ้าเรามีเวลาว่างมาทำแบบเค้าบ้างได้ก็ดีสิเนอะ ชีวิตที่เรียบง่ายไม่ต้องเร่งรีบและแข่งขันกับอะไรมากก็น่าจะทำให้ผ่อนคลายในการดำรงชีวิตได้มากโขเลยทีเดียว และพอผ่านไปประมาณสิบห้านาที ก็มาถึงยอดเขาและพอออกมาจากกระเช้า พวกเราก็ได้สัมผัสกับบรรยากาศหนาวเย็นปกคลุมไปด้วยหิมะขาวโพลนบนยอดเขา ซึ่งจากบนยอดเขานั้น เราจะเห็นความงดงามของทะเลสาบมากมายจากมุมสูง ช่างงดงามอะไรเยี่ยงนี้ และบนยอดเขานี้ ก็มีกิจกรรมอีกอย่างหนึ่งที่เค้ามาทำกันคือการเล่นพารามอเตอร์ เห็นแล้วก็ทั้งน่าเล่น และน่าหวาดเสียวอยู่มิใช่น้อย จากนั้นก็เดินต่อขึ้นไปตามบันได เราก็จะขึ้นไปยังจุดชมวิวชั้นที่ 2 เพื่อที่เราสามารถจะได้เห็นวิวของเทือกเขา Alps อันงดงามปกคลุมด้วยหิมะขาวโพลนเป็นทิวยาวสวยงามยิ่งนัก จริงๆแล้วยังมีจุดชมวิวชั้นที่สามอีก แต่ว่าเนื่องจากเส้นทางนั้นเป็นหิมะที่กำลังละลายลื่นปรื๊ดๆ และเป็นดินและหินผสมกันอีกต่างหาก เราจึงขอบายไม่ขึ้นไปดีกว่า เลยปล่อยให้พี่ติ๋มกับโรมันเดินขึ้นไปสำรวจกันสองคนแทน ซึ่งจากคำบอกเล่า ด้านบนก็จะมีคล้ายๆไม้กางเขนใหญ่ๆเป็น landmark ของที่นี่และจุดชมวิวสวยๆอีกจุดนึง ถ้ามีโอกาสแก้มือ จะขอขึ้นไปให้ถึงยอดอีกซักครั้งละกัน

 

เหินฟ้า....

เหินฟ้า....

ยิ้มร่า ท้าความสูง ฮ่าๆๆ

ยิ้มร่า ท้าความสูง ฮ่าๆๆ

บ้านเรือนด้านล่าง สวยงามจังเลย

บ้านเรือนด้านล่าง สวยงามจังเลย

เริ่มเห็นบ้านเป็นหลังเล็กๆ และทะเลสาบสวยๆ

เริ่มเห็นบ้านเป็นหลังเล็กๆ และทะเลสาบสวยๆ

หิมะขาวโพลน แต่เหมือนมีร่องรอยคนเดินด้วย

หิมะขาวโพลน แต่เหมือนมีร่องรอยคนเดินด้วย

ผู้มารอคอยก่อนคนแรก

ผู้มารอคอยก่อนคนแรก

ป้ายบอกทางแบบเก๋ๆ

ป้ายบอกทางแบบเก๋ๆ

พี่ตู่ คู่กับวิว Ropeway

พี่ตู่ คู่กับวิว Ropeway

ทะเลสาบ...ภูเขา... และหิมะ

ทะเลสาบ...ภูเขา... และหิมะ

เห็นทะเลสาบมากมายเลย

เห็นทะเลสาบมากมายเลย

บ้านน้อยคอยรัก

บ้านน้อยคอยรัก

ป้ายบอกทางบนยอดเขา

ป้ายบอกทางบนยอดเขา

วิวเทือกเขา Alps

วิวเทือกเขา Alps

พี่นา กับ ป้ายเก๋ๆ

พี่นา กับ ป้ายเก๋ๆ

พาโนรามา alps (แบบไม่เนียน ฮ่าๆ)

พาโนรามา alps (แบบไม่เนียน ฮ่าๆ)

สองสาวชาวบัญชี

สองสาวชาวบัญชี

รวมพลชาวคณะทัวร์

รวมพลชาวคณะทัวร์

อันนี้ ก็บอกไปอีกทางนึง

อันนี้ ก็บอกไปอีกทางนึง

พารามอเตอร์กันบนยอดเขาเลย

พารามอเตอร์กันบนยอดเขาเลย

สามสาวสามมุม

สามสาวสามมุม

พี่ติ๋มฉายเดี่ยว

พี่ติ๋มฉายเดี่ยว

ยอดนั้น เป็นจุดชมวิวสูงสุด แต่ไม่ได้ขึ้นไปล่ะ

ยอดนั้น เป็นจุดชมวิวสูงสุด แต่ไม่ได้ขึ้นไปล่ะ

พารามอเตอร์ กับวิวสวยๆ

พารามอเตอร์ กับวิวสวยๆ

น่าไปหาอะไรกินแก้หนาวกันจัง กับร้านกาแฟตรงนั้น

น่าไปหาอะไรกินแก้หนาวกันจัง กับร้านกาแฟตรงนั้น

ทุ่มทุนสร้าง กับพี่ตู่คลุกหิมะ ฮ่าๆๆ

ทุ่มทุนสร้าง กับพี่ตู่คลุกหิมะ ฮ่าๆๆ

ป้ายระวังจักรยาน แต่ใครมันจะมากล้าปั่นแถวนี้ฮะ

ป้ายระวังจักรยาน แต่ใครมันจะมากล้าปั่นแถวนี้ฮะ

บ้านหลังกระจิ๋วหริว

บ้านหลังกระจิ๋วหริว

พี่นาท้าทายริมหน้าผา

พี่นาท้าทายริมหน้าผา

....แต่โรมันยิ่งกว่า

....แต่โรมันยิ่งกว่า

 

แล้วเราก็ใช้เวลากับการเก็บเกี่ยวความสวยงามของบรรยากาศด้านบนยอดเขากับหิมะขาวโพลนไปกันจนใกล้เวลาที่ ropeway จะปิดบริการแล้ว (เกือบๆห้าโมงได้กับการปิดบริการ) ก็จัดแจงลงไปยังด้านล่างแล้วนั่งรถกันต่อไปโดยที่จะไปลืมกับแวะตามสถานที่สวยๆงามๆตามทางที่ผ่านเพื่อลงไปถ่ายรูปกันเป็นที่ระลึก ไม่ว่าจะเป็นริมทะเลสาบ Wolfgangsee, ทุ่งหญ้าตรงไหนก็ไม่รู้, และ Gosau โดยเฉพาะ Gosau นี่เดินทางเข้าไปยากลำบากมาก แต่ก็คุ้มค่ากับการดั้นด้นเข้าไปบนเขาและซอกเขา เพราะว่าวิวของ Gosau นี่ สวยงามแบบ Amazing มาก

 

นั่งโรแมนติกกันริม Wolfgangsee

นั่งโรแมนติกกันริม Wolfgangsee

กินไอติมกันอีกแล้ว

กินไอติมกันอีกแล้ว

นอนชิลล์ๆริมทะเลสาป

นอนชิลล์ๆริมทะเลสาป

ลั้นลากันสุดๆกับบรรยากาศดีๆ

ลั้นลากันสุดๆกับบรรยากาศดีๆ

ระวังหล่นน้ำนะคร้าบ อิอิ

ระวังหล่นน้ำนะคร้าบ อิอิ

บ้านใครไม่รู้ สวยจัง

บ้านใครไม่รู้ สวยจัง

วิวภูเขาสวยมากๆ

วิวภูเขาสวยมากๆ

รวมชาวคณะกันอีกครั้ง

รวมชาวคณะกันอีกครั้ง

Roman แอ็กชั่นสุดฤทธิ์

Roman แอ็กชั่นสุดฤทธิ์

บ้านน้อยหลังนี้สุขีเสียจริง

บ้านน้อยหลังนี้สุขีเสียจริง

งามงด หมดจดจริงๆ

งามงด หมดจดจริงๆ

Gosau งามมากๆ

Gosau งามมากๆ

งามจริงๆ ยังกะภาพเขียนแน่ะ

งามจริงๆ ยังกะภาพเขียนแน่ะ

หัวหน้าทัวร์เรา สุดยอดมากกับเรื่องการแอ็กชั่น อิอิ

หัวหน้าทัวร์เรา สุดยอดมากกับเรื่องการแอ็กชั่น อิอิ

ผ่านจาก Gosau แล้ว ก็ได้เวลามาเช็คอินเข้าโรงแรมกัน โดยเราได้ไปพักที่ Haus Am See โรงแรมที่อยู่ในเขต Obertraun ที่อยู่ใกล้กับ Hallstatt แค่ไม่กี่กิโลเมตร แต่จุดเด่นของโรงแรมนี้คือ อยู่ติดริมทะเลสาบเลย คือแบบว่าเปิดหน้าต่างห้องนอนออกมาก็เห็นวิวทะเลสาบสวยงามรอรับท่านอยู่ตรงหน้ากันเลยทีเดียว ส่วนตัวโรงแรมนั้นเล็กๆน่ารักๆ จัดแต่งสวยงาม บรรยากาศโรแมนติกมาก เจ้าของโรงแรมก็เป็นกันเองอัธยาศัยดี โดยรวมแล้วดีมากๆ

 

น้องแมวยินดีต้อนรับค้าบ เมี๋ยว

น้องแมวยินดีต้อนรับค้าบ เมี๋ยว

ห้องพักเล็กๆ น่ารักมาก

ห้องพักเล็กๆ น่ารักมาก

เปิดประตูไปปุ๊บ ก็จะเห็นวิวนี้

เปิดประตูไปปุ๊บ ก็จะเห็นวิวนี้

ตกแต่งโรงแรมได้น่ารักมากจริงๆ

ตกแต่งโรงแรมได้น่ารักมากจริงๆ

Haus Am See

Haus Am See

 

หลังจากเก็บกระเป๋า เราก็นั่งรถออกมาเพื่อไปยัง Hallstatt กันตอนค่ำๆเพื่อไปชมบรรยากาศของ Hallstatt ยามค่ำคืนกัน ก่อนที่วันพรุ่งนี้เราจะได้ชมแบบเต็มๆกันในตอนเช้า โดยตอนค่ำคืนของ Hallstatt นั้นเงียบกริบมาก แทบจะไม่มีใครออกมาเดินกันเลย แถมอากาศนี่ เย็นมาก อาจจะเป็นเพราะว่าอยู่ติดกับริมทะเลสาบและล้อมรอบด้วยภูเขา ทำให้อากาศยิ่งเย็นก็เป็นได้ จนทำให้ชาวคณะส่วนใหญ่เดินทนหนาวกันได้ไม่นาน ก็ต้องหาที่พักหลบลมหนาวกัน และก็เดินกันไปได้ครึ่งเส้นทาง เราก็เดินกลับไปยังจุดนัดหมายดีกว่า เพราะว่าเดี๋ยวจะเลยเวลานัดหมายเอาไว้ และก็กลับไปยังโรงแรมเพื่อเปิดปาร์ตี้มาม่ากันอีกคืน ก่อนจะแยกย้ายกันไปนอนหลับฝันดี…

 

ทะเลสาปที่ Hallstatt ยามค่ำคืน

ทะเลสาปที่ Hallstatt ยามค่ำคืน

ชาวคณะ ณ Hallstatt ใต้แสงไฟสลัวๆ

ชาวคณะ ณ Hallstatt ใต้แสงไฟสลัวๆ

ตู้เก๋ๆริมถนน Hallstatt

ตู้เก๋ๆริมถนน Hallstatt

พี่สุ กับประตูหน้าบ้านใครไม่รู้ แต่สวยดี

พี่สุ กับประตูหน้าบ้านใครไม่รู้ แต่สวยดี

หน้าร้านขายของ...

หน้าร้านขายของ...

ยามค่ำคืนที่ไร้ผู้คน ณ Hallstatt

ยามค่ำคืนที่ไร้ผู้คน ณ Hallstatt

เดินมาถึงตรงนี้ ก็เดินต่อไปไม่ไหวละ เริ่มจะมืดเกินไป

เดินมาถึงตรงนี้ ก็เดินต่อไปไม่ไหวละ เริ่มจะมืดเกินไป

Hallstatt Square

Hallstatt Square

แม้จะปิด แต่ร้านก็เปิดไฟไว้โชว์สินค้านะ

แม้จะปิด แต่ร้านก็เปิดไฟไว้โชว์สินค้านะ

 

วันที่ 4 – ดินแดนแห่งภูเขา ทะเลสาบ และ…หิมะ (ตอนที่ 1)

 

วันที่ 17 เมษายน 2554

 

หลังจากนอนสบายมาทั้งคืน ก็ได้เวลาตื่นมากินข้าวเช้ากัน อาหารเช้าก็ยังคงเป็นสไตล์เดิมๆ แต่ดูเหมือนว่าวัตถุดิบจะดีกว่าเมื่อวาน และการจัดแต่งก็หรูหราสมกับเป็นโรงแรมไฮโซของเมืองกันเลย รสชาติอร่อยจริงๆ ชอบมากๆ ถ้าได้อยู่แบบนี้ซักเดือนนึงนี่ คงต้องอ้วนพีด้วยไขมันเป็นแน่แท้ เพราะว่าอร่อยจนหยุดกินไม่ได้ ฮ่าๆๆ

 

เบคอน ไส้กรอก ไข่คน อร่อยมาก

เบคอน ไส้กรอก ไข่คน อร่อยมาก

ขนมปังก็อร่อย มีเกลือโรยให้รสชาติกลมกล่อมยิ่งขึ้น

ขนมปังก็อร่อย มีเกลือโรยให้รสชาติกลมกล่อมยิ่งขึ้น

แฮมและชีส สุดยอดดดด

แฮมและชีส สุดยอดดดด

น้ำส้มกับน้ำแอปเปิ้ล อร่อยสดชื่นยามเช้า

น้ำส้มกับน้ำแอปเปิ้ล อร่อยสดชื่นยามเช้า

 

กินกันจนอิ่มหนำสำราญไปหลายจานใหญ่ ก็ถึงเวลาออกเดินทางกันแล้ว จัดแจงเก็บกระเป๋าสัมภาระแล้วเก็บขึ้นรถเพื่อไปย้อนร้อยการเดินทางเมื่อวานเพื่อไปขึ้นยัง Hohensalzburg Fortress กัน เนื่องจากวันนี้อากาศดีมาก ทำให้เราและชาวคณะสามารถเก็บความงามของทัศนียภาพของทั้งสวน Mirabell และเส้นทางที่เราได้ทางได้อย่างเต็มที่ และโชคดีอีกรอบ เนื่องจากวันนี้อยู่ในช่วงเทศกาลอีสเตอร์ จึงมีการจัดงานเกี่ยวกับอีสเตอร์ที่โบสถ์ด้วย บรรยากาศดูมีสีสันครึกครื้นดีจัง

มากันอีกรอบที่สวน Mirabell

มากันอีกรอบที่สวน Mirabell

แวะแชะภาพกันซักหน่อย

แวะแชะภาพกันซักหน่อย

กระทิงแดง!!!

กระทิงแดง!!!

ถนนสายชอปปิ้งยามเช้า

ถนนสายชอปปิ้งยามเช้า

มีป้ายแขวนหน้าร้านสวยๆเก๋ๆมากมาย

มีป้ายแขวนหน้าร้านสวยๆเก๋ๆมากมาย

บ้าน Mozart สีเหลืองแจ่มจริงๆ

บ้าน Mozart สีเหลืองแจ่มจริงๆ

แต่ตอนนี้กลายเป็นพิพิธภัณฑ์ Mozart ไปซะแล้ว

แต่ตอนนี้กลายเป็นพิพิธภัณฑ์ Mozart ไปซะแล้ว

ร้านกาแฟน่ารักๆระหว่างทาง

ร้านกาแฟน่ารักๆระหว่างทาง

โบสถ์ยามเช้า แดดจ้าๆ

โบสถ์ยามเช้า แดดจ้าๆ

มีแห่เทศกาลอีสเตอร์กันด้วย

มีแห่เทศกาลอีสเตอร์กันด้วย

เต่าทอง ของประดับงานเทศกาลอีสเตอร์

เต่าทอง ของประดับงานเทศกาลอีสเตอร์

กระต่าย ก็มาเป็นส่วนหนึ่งของเทศกาลนี้ด้วย

กระต่าย ก็มาเป็นส่วนหนึ่งของเทศกาลนี้ด้วย

Salzburg Cathedral ตอนกลางวันก็สวยไปอีกแบบ

Salzburg Cathedral ตอนกลางวันก็สวยไปอีกแบบ

พี่นา กับ Salzburg Cathedral

พี่นา กับ Salzburg Cathedral

 

เดินไปจนถึงสถานที่ขายตั๋วขึ้น Cable Car ซึ่งอยู่ตรงตีนเขานั่นเอง ก็จัดแจงซื้อตั๋ว Round Trip ราคาประมาณ 10 ยูโรได้ หรือว่าถ้าอยากประหยัด ก็เดินขึ้นได้ไม่ว่ากัน ฮ่าๆๆๆ หรือว่าจะเดินขึ้น แต่นั่งรถ Cable Car ลงก็มีให้เลือก ราคาก็จะถูกลงไปอีกนะ

 

ชายคนนี้ ก็ยังยืนอยู่บนลูกโลกสีทองอย่างไม่เหน็ดเหนื่อย

ชายคนนี้ ก็ยังยืนอยู่บนลูกโลกสีทองอย่างไม่เหน็ดเหนื่อย

มีหมากรุกยักษ์บริการให้ทุกท่านได้ลองเล่นด้วยนะ ฮ่าๆ

มีหมากรุกยักษ์บริการให้ทุกท่านได้ลองเล่นด้วยนะ ฮ่าๆ

ยืนแบบไม่กลัวร้อนกลัวหนาวเลยนะเนี่ย

ยืนแบบไม่กลัวร้อนกลัวหนาวเลยนะเนี่ย

ร้านขายฮอทดอก ก็ต้องมีโลโก้ประจำร้านแบบนี้สิ

ร้านขายฮอทดอก ก็ต้องมีโลโก้ประจำร้านแบบนี้สิ

คู่ซี้ เตรียมจะขึ้นไปยัง Hohensalzburg Fortress แล้วนะ

คู่ซี้ เตรียมจะขึ้นไปยัง Hohensalzburg Fortress แล้วนะ

ตั๋วขึ้น Cable Car นะจ๊ะ

ตั๋วขึ้น Cable Car นะจ๊ะ

 

ใช้เวลาไม่กี่นาที ก็ถึงบนสถานีด้านบน Hohen ผู้คนขึ้นมาเที่ยวบนนี้มากมายเลย และจากด้านบนนี้ เราสามารถมองเห็นวิวทั้งเมืองของ Salzburg ได้อย่างชัดเจน สวยงามจริงๆ ส่วนด้านในของป้อมปราการ ก็จะมีพิพิธภัณฑ์เล็กๆเป็นพวกหุ่นรูปร่างแปลกๆมากมาย แต่เนื่องจากเวลาช่วงเช้าของเราค่อนข้างจำกัด ชาวคณะจึงต้องรีบๆเดินชมภายในกันอย่างรวดเร็วแล้วลงมายังจุดนัดพบด้านล่างเพื่อพบกับพี่ติ๋มที่รออยู่ จากนั้นก็เหมือนเคย โบกรถแท็กซี่ไปยังสวน Mirabell อีกเช่นเดิม ซึ่งโรมันกับคุณหริ่นก็รอชาวคณะอยู่แล้ว

 

วิวเมือง Salzburg จาก Hohen

วิวเมือง Salzburg จาก Hohen

ดูเป็นเมืองที่สวยอีกเมืองนึงเหมือนกันนะ Salzburg เนี่ย

ดูเป็นเมืองที่สวยอีกเมืองนึงเหมือนกันนะ Salzburg เนี่ย

Logo อะไรซักอย่างอยู่บนประตู

Logo อะไรซักอย่างอยู่บนประตู

สูงใหญ่มาก กับป้อมปราการนี้

สูงใหญ่มาก กับป้อมปราการนี้

หุ่นกระบอก Mozart

หุ่นกระบอก Mozart

แยกชิ้นส่วนกันให้ดูเลยว่า กว่าจะมาเป็นหุ่นกระบอกที่เราเห็นๆกันนั้นเป็นแบบนี้มาก่อนนะ

แยกชิ้นส่วนกันให้ดูเลยว่า กว่าจะมาเป็นหุ่นกระบอกที่เราเห็นๆกันนั้นเป็นแบบนี้มาก่อนนะ

เซ็ตนี้ออกแนวน่ากลัวหลอนๆนะ

เซ็ตนี้ออกแนวน่ากลัวหลอนๆนะ

ตัวอะไรเนี่ย?!

ตัวอะไรเนี่ย?!

โอ๊ะ!!! มีคนตกลงไปตายด้วย เห็นมั้ย!!!

โอ๊ะ!!! มีคนตกลงไปตายด้วย เห็นมั้ย!!!

ลงมาจาก Hohensalzburg Fortress กันละ

ลงมาจาก Hohensalzburg Fortress กันละ

โอ้ว ไข่อีสเตอร์ยักษ์

โอ้ว ไข่อีสเตอร์ยักษ์

Mozartplatz ยามกลางวัน และฟ้าใสๆ

Mozartplatz ยามกลางวัน และฟ้าใสๆ

 

จากนั้นเราก็นั่งรถกันออกนอกเมือง Salzburg ผ่านทุ่งหญ้าสวยๆตรงไหน ก็จอดแวะลงถ่ายรูปวิวสวยๆกัน ชอบจริงๆเลยทุ่งที่นี่เขียวชะอุ่มมาก ยิ่งมีดอกไม้สีเหลือง (รู้สึกว่าจะเป็นดอกมัสตาร์ด) ตัดกับทุ่งหญ้าสีเขียวสดกับฟ้าสีคราม เป็นวิวที่สวยงามเหมาะแก่การถ่ายภาพมาก สดชื่นๆจริงๆ และขับต่อไปอีกซักพัก เราก็ไปถึงทะเลสาบ St.Gilgen ซึ่่งมีคล้ายๆกับหมู่บ้านหรือรีสอร์ทเล็กๆตั้งอยู่ริมทะเลสาบไว้ให้นักท่องเที่ยวมาพักผ่อนได้ด้วย แต่ได้มาพักที่นี่ก็น่าจะดีจริงๆ บรรยากาศดี เงียบสงบ โรแมนติกมากๆเลยทีเดียว อีกทั้งวิวของทะเลสาบที่มีพื้นหลังเป็นภูเขา งามจริงๆ แต่ ณ ที่นี่ เราก็ได้มาเจอเหตุการณ์เกี่ยวกับรักแท้ของหนุ่มสาวยุโรปคู่หนึ่ง ชายหนุ่มนุ่งกางเกงในตัวเดียว กำลังพยายามงมหาโทรศัพท์มือถือของแฟนสาวอยู่อย่างขมักเขม้น โดยไม่เกรงต่อความเย็นของน้ำในทะเลสาบเลย ทั้งๆที่ถ้าโทรศัพท์ตกลงไปในน้ำแล้วขนาดนั้น ก็มีแต่เจ๊งแน่ๆ แต่เค้าก็ยังพยายามหาจนสุดความสามารถเพียงเพราะว่ามันสาวเจ้าบอกว่าอยากได้ซิมโทรศัพท์เพราะมีรายการสำคัญบันทึกไว้อยู่ เห็นแล้วก็ซึ้งเลย อะไรจะรักกันขนาดนั้น โรแมนติกซะจนน่าอิจฉา ฮ่าๆ ก็ได้แต่หวังว่าเค้าจะประสบความสำเร็จละกัน

 

ทุ่งหญ้า และฟ้าคราม

ทุ่งหญ้า และฟ้าคราม

นั่งพักผ่อนทอดอารมณ์กันอย่างสบายใจ

นั่งพักผ่อนทอดอารมณ์กันอย่างสบายใจ

แอบถ่ายกันไกลๆ

แอบถ่ายกันไกลๆ

ชอบจริงๆ บรรยากาศแบบนี้ มันธรรมชาติจริงๆ

ชอบจริงๆ บรรยากาศแบบนี้ มันธรรมชาติจริงๆ

มีบริการพิเศษจากหัวหน้าทัวร์ นวดแก้เมื่อย...

มีบริการพิเศษจากหัวหน้าทัวร์ นวดแก้เมื่อย...

ดอกไม้สีเหลือง ตัดกับทุ่งหญ้าสีเขียว สวยงามจริงๆ

ดอกไม้สีเหลือง ตัดกับทุ่งหญ้าสีเขียว สวยงามจริงๆ

สดชื่นค่าาาา

สดชื่นค่าาาา

โชว์รถตู้โรมันกันหน่อย

โชว์รถตู้โรมันกันหน่อย

บ้านผู้คนแถวทะเลสาป St. Gilgen

บ้านผู้คนแถวทะเลสาป St. Gilgen

บ้านสวย ดอกไม้ก็สวย นางแบบก็สวย เข้ากันไปหมดจริงๆ อิอิ

บ้านสวย ดอกไม้ก็สวย นางแบบก็สวย เข้ากันไปหมดจริงๆ อิอิ

นี่แหละ St. Gilgen

นี่แหละ St. Gilgen

ทะเลสาป กับ ภูเขา

ทะเลสาป กับ ภูเขา

บ้านแถวนี้ น่าพักอยู่อาศัยจริงๆ

บ้านแถวนี้ น่าพักอยู่อาศัยจริงๆ

พี่ตู่ คู่กับแม่น้ำสายเล็กๆ

พี่ตู่ คู่กับแม่น้ำสายเล็กๆ

เสี่ยงตายถ่ายรูปกันกลางทะเลสาป

เสี่ยงตายถ่ายรูปกันกลางทะเลสาป

รวบรวมความกล้า แล้วก็ทำท่าสดชื่นนนนน

รวบรวมความกล้า แล้วก็ทำท่าสดชื่นนนนน

ตรงโน้นมีอารายยย

ตรงโน้นมีอารายยย

รวมหมู่กันริมทะเลสาป St. Gilgen

รวมหมู่กันริมทะเลสาป St. Gilgen

ทางเดินเล็กๆ แต่ก็ยังมีคนเดินเพื่อเข้าไปชมทะเลสาปมากมาย

ทางเดินเล็กๆ แต่ก็ยังมีคนเดินเพื่อเข้าไปชมทะเลสาปมากมาย

บรรยากาศเงียบสงบ โรแมนติกจริงๆเลย

บรรยากาศเงียบสงบ โรแมนติกจริงๆเลย

ดอกไม้สีเหลืองๆเป็น Background แล้วสวยจริงๆ

ดอกไม้สีเหลืองๆเป็น Background แล้วสวยจริงๆ

 

 

วันที่ 3 – จากเวียนนา… มุ่งหน้าสู่ Mondsee และ Salzburg (ตอนที่ 2)

 

ต่อจากตอนที่แล้ว…

 

นั่งรถจากเวียนนากันหนึ่งตื่นก็มาถึงจุดหมายต่อไปของวันนี้ซึ่งก็คือ Mondsee เมืองเล็กๆเมืองหนึ่งของออสเตรียที่มีชื่อเสียงมากจากเป็น Location ในการถ่ายทำฉากแต่งงานในเรื่อง The Sound of Music ถึงเมืองนี้เป็นเมืองเล็กๆ แต่ก็มีเสน่ห์ในตัวไม่ใช่น้อย มีธรรมชาติเขียวชะอุ่มและภูเขาโอบล้อมบ้านเรือนหลังไม่ใหญ่ อีกทั้งยังอยู่ติดกับทะเลสาบ Mondsee อีก ดูแล้วอบอุ่นโรแมนติก น่าอยู่เป็นอย่างยิ่ง และวันนี้ก็โชคดี มีคู่บ่าวสาวมาจัดงานแต่งงานที่โบสถ์ที่ใช้ในการถ่ายทำ The Sound of Music ทำให้ได้เห็นบรรยากาศน่ารักๆของการแต่งงานของชาวยุโรปแท้ๆ เป็นประสบการณ์ที่ดีเป็นอย่างยิ่ง

 

โบสถ์นี้ล่ะ ที่เค้าใช้ถ่ายทำ The Sound of Music

โบสถ์นี้ล่ะ ที่เค้าใช้ถ่ายทำ The Sound of Music

ตึกราบ้านช่องของ Mondsee

ตึกราบ้านช่องของ Mondsee

ภายในโบสถ์

ภายในโบสถ์

ภายนอกโบสถ์ กับงานแต่งจริงๆ

ภายนอกโบสถ์ กับงานแต่งจริงๆ

บรรยากาศภายในเมือง เงียบสงบมาก

บรรยากาศภายในเมือง เงียบสงบมาก

มุมเก๋ๆในเมือง

มุมเก๋ๆในเมือง

นางแบบ กับวิวงามๆ

นางแบบ กับวิวงามๆ

บ้านเรือนเค้า ดูคลาสสิคดีเนอะ

บ้านเรือนเค้า ดูคลาสสิคดีเนอะ

ร้านอาหารข้างทาง

ร้านอาหารข้างทาง

ภูเขา ทะเลสาบ ทุ่งหญ้า และนางแบบ ฮ่าๆๆ

ภูเขา ทะเลสาบ ทุ่งหญ้า และนางแบบ ฮ่าๆๆ

ทางเดินไปสู่ยังทะเลสาบ

ทางเดินไปสู่ยังทะเลสาบ

ไป Salzburg ทางนี้นะ

ไป Salzburg ทางนี้นะ

วิวริมทะเลสาป โรแมนติกมากๆ

วิวริมทะเลสาป โรแมนติกมากๆ

พี่ติ๋ม กับ Roman ขอถ่ายด้วยคน

พี่ติ๋ม กับ Roman ขอถ่ายด้วยคน

 

หลังจากดื่มด่ำกับบรรยากาศธรรมชาติของ Mondsee กันอย่างเต็มอิ่มแล้ว ก็ได้เวลานั่งรถไปจุดหมายต่อไปซึ่งก็ไม่ไกลจาก Mondsee มากนัก นั่นก็คือ Salzburg นั่นเอง โดยก่อนอื่นชาวคณะก็จะไปเช็คอินเอากระเป๋าเข้าโรงแรมก่อน แต่ดูเหมือนว่าจะมีปัญหากับทางโรงแรมที่จองไว้เนื่องจากห้องพักเต็มหรืออย่างไรก็ไม่แน่ใจ ทางโรงแรมจึง Transfer กรุ๊ปพวกเราไปอยู่ที่โรงแรม Radisson Blu แทน ซึ่งถือว่าเป็นการอัพเกรดโรงแรมจากระดับ 3 ดาวเป็นระดับ 4 ดาวเลยก็ว่าได้ และก็สมกับเป็นโรงแรมระดับ 4 ดาวจริงๆ ห้องใหญ่โต พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย เตียงใหญ่โตนุ่มสบาย น่าพักอาศัยมาก เมื่อเทียบกับโรงแรมเมื่อวาน จนแทบจะไม่อยากออกไปไหนเลยทีเดียว ฮ่าๆๆ

 

ระหว่างทางจะไป Salzburg

ระหว่างทางจะไป Salzburg

วิวทะเลสาบจากมุมสูง

วิวทะเลสาบจากมุมสูง

รวมพลชาวคณะ

รวมพลชาวคณะ

ถึงแล้ว Radisson Blu Salzburg

ถึงแล้ว Radisson Blu Salzburg

เตียงใหญ่โต นุ่มสบาย

เตียงใหญ่โต นุ่มสบาย

มุมพักผ่อน

มุมพักผ่อน

หรูหรากว่าที่ผ่านมา

หรูหรากว่าที่ผ่านมา

มีทีวี LCD ด้วย...

มีทีวี LCD ด้วย...

มีเครื่องทำน้ำแข็งตรงหน้าลิฟท์ ... แต่อากาศตอนนี้ มันน่ากินมากเลยนะ น้ำแข็งเนี่ย

มีเครื่องทำน้ำแข็งตรงหน้าลิฟท์ ... แต่อากาศตอนนี้ มันน่ากินมากเลยนะ น้ำแข็งเนี่ย

At Lobby

At Lobby

 

จัดแจงกับสัมภาระและทำธุระปะปังต่างๆเรียบร้อยแล้ว ก็นั่งรถกันต่อไปยังสวน Mirabell ซึ่งเคยได้รับตำแหน่ง สวนสไตล์ Baroque ที่สวยที่สุดในยุโรป มาแล้ว ซึ่งสวนนี้ ขนาดวันที่พวกเราไปกัน ดอกไม้ยังบานไม่เต็มที่ แต่เราก็สัมผัสถึงความงามของการจัดแต่งสวนที่นี่ได้เป็นอย่างดี นี่เองจึงทำให้สวน Mirabell ได้ใช้เป็นฉากหนึ่งในการถ่ายทำภาพยนตร์ The Sound of Music ด้วยเช่นกัน สวยงามไปหมดเลย… สวน Mirabell แต่เสียดายที่ไม่ได้เข้าไปชมภายในส่วน Palace ว่าสวยยังไงบ้าง แต่แค่มาชมสวนก็งามงดเป็นอย่างยิ่งแล้ว

 

ชมพูตัดกับเขียว หน้า Mirabell Garden

ชมพูตัดกับเขียว หน้า Mirabell Garden

งาม งาม แต่ไม่รู้ว่าชื่อดอกอะไร

งาม งาม แต่ไม่รู้ว่าชื่อดอกอะไร

ทิวลิป และดอกไม้ต่างๆนานา ใน Mirabell Garden

ทิวลิป และดอกไม้ต่างๆนานา ใน Mirabell Garden

... and the Gang

... and the Gang

ดอกไม้สวยงามมากมายจริงๆ

ดอกไม้สวยงามมากมายจริงๆ

ตรงกลาง จัดสวนเป็นรูปดาว ล้อมรอบน้ำพุด้วยนะ

ตรงกลาง จัดสวนเป็นรูปดาว ล้อมรอบน้ำพุด้วยนะ

จัดดอกไม้เป็นเส้นสายสวยงาม

จัดดอกไม้เป็นเส้นสายสวยงาม

ตรงทางเข้า Mirabell Garden

ตรงทางเข้า Mirabell Garden

พี่ตู่ กับดอกไม้สวยๆ

พี่ตู่ กับดอกไม้สวยๆ

 

เดินต่อไปอีกซักระยะหนึ่ง เราก็จะเห็น Hohensalzburg Fortress ป้อมปราการของ Salzburg ที่ตั้งอยู่บนยอดเขาเด่นเป็นสง่ารอคอยให้พวกเราเดินไปชมกันต่อ ซึ่งระหว่างทางเดินไปยัง Hohensalzburg Fortress นั้น เราก็จะพบกับร้านรวงต่างๆที่ตั้งอยู่ใน Getreidegasse Lane หรือว่าบ้านเกิดของ Mozart ที่ปัจจุบ้นเป็นพิพิธภัณฑ์ไปแล้ว และ Salzburg Cathedral ซึ้งเป็นที่ตั้งของ Square ที่เป็นแหล่งชุมนุมชนของผู้คนมากมาย (แต่ตอนเย็นที่เราไปก็ไม่ค่อยมีเท่าไหร่แล้วล่ะ แต่ก็พอมีบ้างให้มีอารมณ์ว่าเป็น Square นะ) สุดท้ายเราก็จะไปถึงทางขึ้น Cable Car เพื่อจะขึ้นไปยัง Hohensalzburg Fortress กัน แต่ว่าเอาไว้เป็นวันพรุ่งนี้ก็แล้วกัน เย็นนี้ปิดแล้ว มันดึกแล้ว วันนี้แค่มาสำรวจเส้นทางเฉยๆ

 

วิวมุมนี้ เห็นไปถึง Hohensalzburg Fortress กับ Cathedral เลยนะ

วิวมุมนี้ เห็นไปถึง Hohensalzburg Fortress กับ Cathedral เลยนะ

....ชาวคณะขอแจมด้วย

....ชาวคณะขอแจมด้วย

Pegasus คู่กับพี่นา (เห็นมั้ย??)

Pegasus คู่กับพี่นา (เห็นมั้ย??)

Landscape กันอีกมุม

Landscape กันอีกมุม

Pegasus กับพี่สุ กับ.... คู่ข้างหลังเค้าทำอะไรกัน...

Pegasus กับพี่สุ กับ.... คู่ข้างหลังเค้าทำอะไรกัน...

พี่นา... กับน้ำพุ

พี่นา... กับน้ำพุ

ขี่จักรยานมานานละ ขอพักเดี๋ยวนึงนะคร้าบ

ขี่จักรยานมานานละ ขอพักเดี๋ยวนึงนะคร้าบ

Silhouette

Silhouette

มุมนี้ ถ่ายตรงกลางสะพานเลย

มุมนี้ ถ่ายตรงกลางสะพานเลย

เดินมานานแล้วชักจะหมดแรง เติมพลังด้วยไอติมกันหน่อยดีกว่า

เดินมานานแล้วชักจะหมดแรง เติมพลังด้วยไอติมกันหน่อยดีกว่า

อีกแล้ว อร่อยมากมาย นุ่มเนียนละมุนจริงๆ ไอติมที่นี่

อีกแล้ว อร่อยมากมาย นุ่มเนียนละมุนจริงๆ ไอติมที่นี่

แถวนี้เป็นแหล่ง shopping นะ แม้ร้านปิด แล้วเค้าก็ยังเปิดไฟโชว์สินค้าอยู่

แถวนี้เป็นแหล่ง shopping นะ แม้ร้านปิด แล้วเค้าก็ยังเปิดไฟโชว์สินค้าอยู่

นี่ไง บ้าน Mozart

นี่ไง บ้าน Mozart

ชุดพิ้นเมืองของที่นี่

ชุดพิ้นเมืองของที่นี่

โบสถ์ กับท้องฟ้ายามเย็นๆครึ้มๆ

โบสถ์ กับท้องฟ้ายามเย็นๆครึ้มๆ

Salzburg Cathedral

Salzburg Cathedral

น้ำพุตอนกลางคืนนี่สีแจ่มมาก

น้ำพุตอนกลางคืนนี่สีแจ่มมาก

จะถ่ายมุมกว้างๆให้เก็บได้ให้หมด... แต่ก็ทำได้แค่นี้ หลังติดกำแพงแล้ววว

จะถ่ายมุมกว้างๆให้เก็บได้ให้หมด... แต่ก็ทำได้แค่นี้ หลังติดกำแพงแล้ววว

อีกด้านของ Salzburg Cathedral

อีกด้านของ Salzburg Cathedral

ดูตอนกลางคืนแล้ว วังเวงๆยังไงไม่รู้

ดูตอนกลางคืนแล้ว วังเวงๆยังไงไม่รู้

...แต่ก็สวยไปอีกแบบ

...แต่ก็สวยไปอีกแบบ

ตึกสีขาวตัดกับท้องฟ้ายามค่ำคืน

ตึกสีขาวตัดกับท้องฟ้ายามค่ำคืน

Hohensalzburg Fortress อยู่ตรงหน้าแล้ว... เอ... ใครมายืนอยู่บนลูกโลกสีทองล่ะเนี่ย

Hohensalzburg Fortress อยู่ตรงหน้าแล้ว... เอ... ใครมายืนอยู่บนลูกโลกสีทองล่ะเนี่ย

 

จากนั้นก็เดินกลับมายัง Mozartplatz Square แล้วก็โบกแท็กซี่ เนื่องจากสภาพชาวคณะคงจะเดินกันต่อเพื่อกลับไปขึ้นรถ ณ จุดนัดพบไม่ไหวแล้ว จึงได้โอกาสที่ได้ขึ้นแท็กซี่ Mercedes Benz เป็นครั้งแรก เป็น Benz SUV ที่มี 6 ที่นั่งด้านหลังนั่งสบายๆเลย ใหญ่โตโอ่อ่ามาก ค่าโดยสารจากที่นั่นไปยังจุดนัดพบตรงหน้า Mirabell Garden นั้นตก 8 ยูโรได้ ก็ถือว่าไม่แพงนะถ้าเอาความสบายเป็นที่ตั้ง อิอิ

 

Mozartplatz Square อยู่แถวนี้แล้ว

Mozartplatz Square อยู่แถวนี้แล้ว

นี่ไง Mozartplatz Square

นี่ไง Mozartplatz Square

ดูตอนกลางคืนแล้วน่าเกรงขามแฮะ

ดูตอนกลางคืนแล้วน่าเกรงขามแฮะ

ขณะนี้เวลา 21:15 อุณหภูมิ 10 องศาเซลเสียสจ้า

ขณะนี้เวลา 21:15 อุณหภูมิ 10 องศาเซลเสียสจ้า

 

พอมาถึงโรงแรม Radisson Blu เนื่องจากว่าไปต่างประเทศทีไร เราก็มักจะแวะไปชิม McDonald ของแต่ละประเทศเพื่อเปรียบเทียบรสชาติ และตอนขามาเราก็ได้สังเกตเห็นแล้วว่าแถวๆโรงแรมมี McDonald อยู่ด้วย จึงไม่รีรอที่จะเดินไปชิม แต่พอไปถึง ความหวังก็ต้องมลายลงไป เพราะว่าราคานั้นแพงเหลือเกิน ขนาดราคาถูกสุดยังอยู่ที่ 3 ยูโรเลย เห็นราคาแล้วกินไม่ลง ก็เลยเดินออกมา หาของเทียบเคียงดู นั่นก็คือ Burger King เห็นราคาแล้วยังพอรับได้หน่อย เพราะว่า Hamburger ราคาถูกสุดอยู่ที่ 1 ยูโรเท่านั้น จึงจัดการทดลองซะเลย แต่ก็อย่างว่า ราคาแบบนี้ ขนาดของมันก็เลยเล็กไปตามราคา ชิ้นนิดเดียวเอง รสชาติก็ธรรมดาๆไม่ได้ติดใจอะไรมาก ก็เลยค่อนข้างผิดหวังเล็กน้อยกับการมาทดสอบ Hamburger ของออสเตรียครั้งนี้ ก็เลยเดินคอตกกลับไปโรงแรม และไปร่วม MaMa Party ที่ห้องพี่ตู่กันรอบดึกดีกว่า ฮ่าๆๆๆ

 

Hamburger@Burger King ราคา 1 Euro

Hamburger@Burger King ราคา 1 Euro

อันเล็กกระจิ๋วหริววว

อันเล็กกระจิ๋วหริววว

ไม่ได้กิน McDonald ก็มากินที่นี่แทนละกัน

ไม่ได้กิน McDonald ก็มากินที่นี่แทนละกัน

ป้ายหน้าโรงแรม Radisson Blu

ป้ายหน้าโรงแรม Radisson Blu

หัวหน้าขบวนการแก๊งมาม่า

หัวหน้าขบวนการแก๊งมาม่า

ของเค้าดีจริงๆ คอนเฟิร์ม!!

ของเค้าดีจริงๆ คอนเฟิร์ม!!

 

Review: ร้านอาหารญี่ปุ่น Tsubakiya (ซึบากิยะ)

 

วันนี้ขอพักเรื่องทริปเดินทางไปออสเตรียและเช็ก มาทำรีวิวร้านอาหารญี่ปุ่นกันหน่อย พอดีเกิดความอยากกินซูชิอร่อยๆมาหลายวัน วันนี้จึงได้ฤกษ์ไปกินตอนหลังเลิกงาน ก็ได้มีเพื่อนร่วมอุดมการณ์เพิ่มความอ้วนไปด้วยอีกสองคน คือพี่นาและพี่เหม (อิอิ) และร้านที่จะไปกินกันก็คือร้าน Tsubakiya (ซึบากิยะ)

 

พี่นา พี่เหม กับหม้อชาบูใบใหญ่

พี่นา พี่เหม กับหม้อชาบูใบใหญ่

 

ร้านนี้เป็นร้านอาหารญี่ปุ่นที่ตั้งอยู่ที่ซอยสุขุมวิท 33/1 หรือที่เค้ารู้จักกันว่าเป็น Japan Town นั่นเองเพราะว่าซอยนี้เป็นแหล่งรวบรวมร้านอาหารญี่ปุ่นและร้านขายของเพื่อคนญี่ปุ่นอยู่มากมายก่ายกอง การเดินทางก็มาไม่ยาก แค่นั่งรถไฟฟ้ามาลงที่สถานีพร้อมพงษ์ ซอยก็อยู่ฝั่งตรงข้ามกับ Emporium เดินเข้าไปในซอยอยู่ทางขวามือเกือบสุดซอยเลย เป็นร้านเล็กๆไม่ใหญ่มาก มีโซนที่เป็นโต๊ะนั่ง หรือว่าจะนั่งที่ Counter ก็ได้ก็จะได้กินบรรยากาศซูชิสายพานด้วย หรือว่าจะเป็นห้องส่วนตัวก็มีให้บริการ แต่วันนี้เนื่องจากมากันสามคน ก็จัดเป็นโต๊ะน่าจะสะดวกกว่า

 

เรื่องเวลาให้บริการ มีสองช่วงเวลา บุฟเฟ่ต์ช่วงเที่ยง ตั้งแต่เวลา 11.00 – 15.00 น. ส่วนมื้อเย็นก็เริ่มตั้งแต่ 17.00 – 21.30 น. ส่วนเรื่องราคานั้น ขึ้นมาเยอะพอควร ซึ่งบุฟเฟ่ต์ซูชิ + ชาบู ราคาอยู่ที่ 360 ++ บาท (ชาเขียวร้อน หรือเย็นรีฟิล 20 บาท) เบ็ดเสร็จรวมๆอยู่ที่คนละประมาณ 420 บาท ขึ้นมาจากเมื่อก่อนร้อยกว่าบาทเลยทีเดียว

 

ส่วนเรื่องเมนูอาหาร ในส่วนซูชิก็ยังมากมายเหมือนเดิม สามารถสั่งข้าวปั้นหน้าที่ราคาอยู่ในช่วง 40 – 100 บาทตามเมนูได้ไม่อั้น เด็ดสุดก็น่าจะเป็นหน้าปลาไหล อลาสก้าโรล และก็เทมปุระโรล ตามความเห็นส่วนตัวนะ ส่วนชาบู สั่งได้หมดยกเว้นเนื้อวัวกับปลาแซลมอน ไม่ว่าจะเป็นเนื้อหมู ปลาดอลลี่ ชุดผัก กุ้ง (ตัวเล็กมาก) เส้นอุด้ง และอื่นๆราวๆสิบรายการ ถ้ามากันหลายคนก็จะเป็นหม้อรวมให้ลวกด้วยกัน แต่ไม่แน่ใจว่าถ้ามาคนเดียว จะมีหม้อชุดเล็กหรือเปล่านะ แต่โดยส่วนตัวชอบซูชิของร้านนี้เป็นทุนเดิมอยู่แล้วเพราะว่าเค้าปั้นสดๆตามออเดอร์ ทำให้ได้รสชาติที่ใหม่ๆไม่ตั้งแช่ค้างบนถาดเหมือนที่อื่นๆ แต่ชาบูนั้น รู้สึกเฉยๆ เหมือนเป็นเมนูเสริมของร้านนี้ซะมากกว่า แต่วันนี้ข้าวปั้นนั้น ข้าวแน่นและก้อนใหญ่มาก ทำให้แน่นท้องเร็วมาก ถ้าปั้นเล็กกว่านี้ซักหน่อยก็น่าจะดีกว่านี้นะ ส่วนเมนูของหวาน มีไอศครีมชาเขียวให้คนละถ้วยปิดท้าย (ไม่มีเบิ้ลนะ)

 

หมู เส้น Shirataki กับน้ำจิ้มสุกี้แบบเด็กๆ

หมู เส้น Shirataki กับน้ำจิ้มสุกี้แบบเด็กๆ

ซูชิสารพัดหน้า

ซูชิสารพัดหน้า

สารพัดหน้าซูชิ

สารพัดหน้าซูชิ

ของโปรด หน้าปลาไหล Unagi

ของโปรด หน้าปลาไหล Unagi

นี่ก็ชอบ หน้าปลาแซลมอน

นี่ก็ชอบ หน้าปลาแซลมอน

California Maki

California Maki

 

โดยรวมคิดว่าอาหารนั้นก็ยังรสชาติดีเหมือนเดิมสำหรับซูชิ แต่สำหรับชาบูนั้นถือว่าเฉยๆ ทำให้ราคาที่เพิ่มขึ้นมาร้อยกว่าบาทนี้ดูแพงไปถนัดเลย ความเห็นส่วนตัวคิดว่า ไหนๆจะขึ้นราคาแล้ว น่าจะพัฒนาคุณภาพของชาบูไปด้วยเลยจะแจ่มกว่านี้มาก

 

© Copyright 2011@ahoj-world.com